"อนุทิน" ไม่รู้ ชายแต่งชุดทหารคือใคร ?

View icon 13
วันที่ 15 ก.ค. 2569 | 06.32 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - กรณีโลกออนไลน์เผยแพร่ภาพชายคนหนึ่งแต่งกายคล้ายทหาร เดินประกบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ล่าสุดมีคำตอบแล้วว่าเขาคือใคร ? เรียกได้ว่ารันทุกวงการ ทั้งการเมือง ทหาร พระเครื่อง และนักแสดง

"อนุทิน" ไม่รู้ ชายแต่งชุดทหารคือใคร ?
ภาพขณะ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ในคืนเกิดเหตุ แล้วมีชายคนหนึ่งใส่ชุดทหารมาเดินอยู่ข้าง ๆ แถมยังให้ข้อมูลเป็นตุเป็นตะว่า ลูกค้าต้องจ่ายเงินก่อน ถึงจะออกจากร้านได้ ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ปรากฏว่าหลังเกิดเหตุสังคมออนไลน์ตั้งข้อสงสัยว่าชายคนนั้นคือใคร ?

ต่อมาทราบชื่อคือ ว่าที่ ร.ท.ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพญาไท จากกลุ่มกรุงเทพบินได้ และเป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน ไม่มีเงินเดือน ตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าถึงเรื่องนี้ว่า ในที่เกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอยู่เต็มไปหมด ตนไม่ได้เห็น แต่เขามาอยู่ข้าง ๆ และมาให้ข้อมูล โดยเฉพาะกับผู้สื่อข่าว พร้อมย้อนถามว่ามาให้ข้อมูลในฐานะอะไร ใช่เจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่

ซึ่งตนก็ไม่รู้ แต่ถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญ มาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ตนก็โอเค แต่ผิดกฎหมายหรือไม่ ตนไม่รู้

"ว่าที่ ร.ท. ชิตพงศ์" แจง ยันผ่านการอบรมดับเพลิงจริง
ล่าสุด ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ ได้ชี้แจงเรื่องนี้ในรายการ "มีเรื่องต้องคุย" ถึงการใส่ชุดทหาร ยืนข้างนายกฯ ว่า วันเกิดเหตุเพิ่งกลับจากเล่นบีบีกัน และกำลังนั่งกินข้าว แต่เมื่อเห็นแจ้งเตือนเหตุในไลน์กลุ่ม อปพร. เขตพญาไท จึงรีบเดินทางไปช่วยเหลือทันที โดยไม่ได้เปลี่ยนชุด

พร้อมยืนยันว่า ตนมีความรู้และผ่านการอบรมมาอย่างถูกต้อง จากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร และที่ผ่านมาเคยทำงานหลากหลายบทบาท ทั้งงานการเมือง งานกู้ภัย นักแสดง และเป็น รปภ.

ส่วนบัตร 2 ใบ ที่ติดอยู่บริเวณหน้าอกนั้น ว่าที่ร้อยโทชิตพงศ์ ชี้แจงว่า ใบสีขาวคือบัตร อปพร. และใบสีเขียว คือ บัตรกำลังพลสำรอง

พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ทหาร หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และมีพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำความผิด ต้องพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายในฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง