เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจเรียกพยานในคดีเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" เข้ามอบปากคำแล้วกว่า 50 คน อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบภาพวงจรปิดเพื่อสรุปสาเหตุ ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้อง
นายธนาพล ชูกลิ่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานดับเพลิง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้ามาให้ปากคำที่ สน.พหลโยธิน ในฐานะพยาน หลังสังคมคาใจว่า ประตูทางเข้า-ออก บริเวณหน้าห้องน้ำล็อกหรือไม่
ยืนยันว่า ได้รับการประสานจากตำรวจให้เข้าไปช่วยผู้บาดเจ็บ ตอนเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ประตูหนีไฟตรงห้องน้ำ ถูกเปิดเอาไว้อยู่แล้ว ส่วนสภาพที่เขาไปเห็น ขอให้การกับตำรวจ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 บอกว่า คดีนี้ได้แบ่งการสอบพยานออกเป็น 6 กลุ่ม เจ้าของร้าน, พนักงานในร้าน, ลูกค้า, แพทย์และงานพิสูจน์หลักฐาน, เจ้าหน้าที่ที่เข้าระงับเหตุ และผู้เชี่ยวชาญ
สอบปากคำไปแล้วเกินครึ่ง เพื่อพิจารณาความผิดเจ้าของร้าน อย่างน้อย 3 ข้อหา คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, ความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต หรือบาดเจ็บ และความผิดเกี่ยวกับการทำให้เกิดเพลิงไหม้ อาจจะมีข้อหาอื่น ๆ เพิ่มเติม
ช่วงเย็นตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้นำภาพวงจรปิดภายในร้าน ขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ไปให้พนักงานสอบสวนใช้พิจารณาประกอบการดำเนินคดี
ส่วนของผู้ประกอบการ และหุ้นส่วน ได้ให้ทนายความ เข้าพบพนักงานสอบสวน แจ้งว่าจะนำเอกสารเข้าชี้แจงอีกที เนื่องจากเจ้าของร้าน ยังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ไม่สามารถให้ปากคำได้
ส่วนเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ขั้นต้นจะมอบเงินให้ผู้เสียชีวิตรายละ 10,000 บาท ยืนยันจะเยียวยามากกว่านี้แน่นอน
ส่วนจุดเกิดเหตุ แม่ค้าลูกอม ที่ตั้งโต๊ะหน้าห้องน้ำ จุดที่มีประเด็นว่าขวางประตูทางเข้า-ออก ได้นำดอกไม้ไปวางแสดงความอาลัย เปิดใจเล่าว่า ไปขายลูกอมแทนน้องสาว ได้ 2 สัปดาห์ ตอนเกิดเหตุได้ยินเสียงแก้วแตก คิดว่ามีเหตุทะเลาะวิวาท จากนั้นก็มีคนบอกว่าเกิดเพลิงไหม้ จึงตะโกนเรียกแม่บ้านให้รีบวิ่งออกจากร้าน
ยืนยันประตูไม่ล็อกตาย ล็อกแค่กลอนด้านล่าง สามารถเปิดเข้า-ออกได้ และไม่ทราบเหตุผลทำไมทางร้านถึงให้ขายของจุดนี้
นายวสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ อดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร มองว่า ร้านจดทะเบียนเป็น "ร้านอาหาร" ไม่ได้จดทะเบียนเป็น "สถานบริการ หรือสถานบันเทิง" ทั้งที่ลักษณะทางกายภาพ มีทั้งเวที การแสดงดนตรีสด จําหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ไม่เกิดการคุมเข้มระบบรักษาความปลอดภัย
ไม่ว่าจะมีเหตุผลอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกพื้นที่เริ่มหันกลับมาคุมเข้ม เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย สน.พหลโยธิน เรียกผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสถานบันเทิง, ร้านอาหารกึ่งผับ ประมาณ 10 ร้านค้า มากำชับแนวทางการดูแลความปลอดภัย ป้องกันเหตุเพลิงไหม้
ช่วงค่ำ พลตำรวจตรี เกียรติคุณ สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เรียกประชุมตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน สรุปว่า สอบปากคำไปแล้ว 52 ปาก เรียกพี่สาวของนายสุวิชา เจ้าของร้านมาให้การนำเอกสารสัญญาเช่า ใบอนุญาตสถานประกอบการ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน พร้อมให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนแม่เจ้าของร้านซึ่งมีชื่อเป็นหุ้นส่วนอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่ได้เดินทางมาด้วย
ส่วนเรื่องประตูหนีไฟหน้าห้องน้ำ ถูกล็อกด้านในหรือไม่ เพื่อไม่ให้ลูกค้าหนี ตำรวจได้เชิญพนักงานเสิร์ฟของร้าน และคนขายลูกอม มาให้ปากคำแล้ว ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอพยานหลักฐานจากส่วนอื่นนำมาประกอบ
ในวันนี้ (15 ก.ค.) พนักงานสอบสวน จะเรียกพยานที่ดูแลระบบไฟฟ้า, โครงสร้างอาคาร มาให้ปากคำ ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้าน 16 ตัว และนอกร้านอีก 2 ตัว เพิ่งได้รับมาจากกองพิสูจน์หลักฐาน มาวิเคราะห์หาสาเหตุเพลิงไหม้ ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ที่ละเลยหรือบกพร่องอย่างเต็มที่