ไฟเขียว ! เบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท ตั้งแต่ 0-6 ขวบ ยกระดับพัฒนาการเด็ก “มหัศจรรย์ 2,500 วัน”

ไฟเขียว ! เบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท ตั้งแต่ 0-6 ขวบ ยกระดับพัฒนาการเด็ก “มหัศจรรย์ 2,500 วัน”

View icon 43
วันที่ 15 ก.ค. 2569 | 09.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"บอร์ดเด็กแห่งชาติ" ไฟเขียว เบี้ยเด็กแรกเกิดถ้วนหน้า 600 บาท ตั้งแต่ 0-6 ขวบ ยกระดับพัฒนาการเด็ก “มหัศจรรย์ 2,500 วัน” ควบคู่แผนยุทธศาสตร์เยาวชน 10 ปี

การประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (14 ก.ค.69) มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วม เพื่อเร่งผลักดันนโยบายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนไทยในทุกมิติ 

นายยศชนัน ย้ำ เป้าหมายที่สำคัญ คือ การทำให้เด็กและเยาวชนที่เกิดมามีคุณภาพและผลิตภาพ ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาจึงต้องก้าวให้ทัน ครอบคลุมในทุกมิติ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียม

ทั้งนี้ประชุมมีมติเห็นชอบ คือการจัดสวัสดิการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดช่วงอายุ 0-6 ปีแบบถ้วนหน้า ในอัตรา 600 บาทต่อคนต่อเดือน โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะเร่งนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการรอคอยของประชาชน ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้ยกเลิกขั้นตอนการติดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุน เพื่อลดขั้นตอนการลงทะเบียนและช่วยให้เด็กได้รับสิทธิรวดเร็วยิ่งขึ้น 

อีกหนึ่งมติ คือการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการเกิดและพัฒนาเด็กไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด "มหัศจรรย์ 2,500 วัน" โดยที่ประชุมเห็นชอบให้การพัฒนาเด็กในช่วง 2,500 วันแรกของชีวิตเป็นวาระสำคัญระดับชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตประชากรและยกระดับการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ซึ่งมาตรการนี้จะเน้นการใช้กลไกชุมชนร่วมดูแล บูรณาการการทำงานข้ามกระทรวง และสนับสนุนการพัฒนาระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (National Early Childhood Data Platform)

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี ของสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2568 - 2574) ซึ่งครอบคลุมประเด็นการพัฒนา 6 ด้านหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 2. การพัฒนาสุขภาวะจิตและสุขภาวะที่ดี 3. การขยายโอกาสด้านการจ้างงาน 4. การรับประกันการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย 5. การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 6. การป้องกันและตอบสนองต่อความรุนแรงต่อเด็กและเยาวชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง