สนามข่าว 7 สี - ชายแต่งกายคล้ายทหาร เดินประกบ "นายกฯ อนุทิน" ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ที่เรารู้กันแล้วว่าเขาคือ "หมวดนัท" แต่คำถามที่สังคมอยากรู้คำตอบ คือการกระทำของเขา จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายหรือไม่
นี่เป็นหนึ่งในคลิปที่ถูกเพจฯ Army Military Force - สำรอง เอามาตั้งข้อสังเกต หลังพบว่า "หนวดนัท" เคยไปร่วมการฝึก "CobraGold 2026" และสงสัยถึงการชวน "พันตรี โทเรส" ทหารกองทัพบกสหรัฐฯ ถ่ายคลิปเชิงคอนเทนต์ร่วมกัน ได้มีการแนะนำตัว หรือพูดข้อเท็จจริงหรือไม่
ที่ไปเดินประกบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่เพลิงไหม้ร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ในคืนเกิดเหตุ ยังพูดวิเคราะห์สถานการณ์เป็นฉาก ๆ ราวกับผู้เชี่ยวชาญในเหตุการณ์
ซึ่งก็อย่างที่เรารู้กันว่า "ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพญาไท" หรือ "หมวดนัท" เป็นสมาชิกกลุ่มกรุงเทพบินได้ เป็นนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน ไม่มีเงินเดือน ตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม
มี นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ ช่วยรับรองว่า "หมวดนัท" เป็นพลเมืองดี คอยช่วยเหลือตามหน้างาน อันนี้คือข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาแล้ว
แต่จริง ๆ แล้ว เขามีตำแหน่งอื่นอะไรอีกหรือไม่ ทำไมถึงไปร่วมการฝึก "CobraGold 2026" ได้ ทำไมถึงมีภาพข่าวในอดีตว่าเคยถูกจับได้ว่าแอบอ้างเป็นทหาร ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ทหาร
และเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้มีเจตนาไม่ดี หรือจะหลอกลวงอะไร "หมวดนัท" จึงนำหลักฐานข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับตัวเองทั้งหมด ไปหา "กัน จอมพลัง" เพื่ออธิบายที่มาที่ไป และตอบข้อเท็จจริงกับสังคม
โดยระหว่างการตอบข้อซักถาม "กัน จอมพลัง" ยังได้ต่อสายพูดคุยกับตัวแทนจาก อปพร. เพื่อถามถึงประเด็นข้อสงสัยว่าการกระทำแบบนี้เหมาะสมหรือผิดกฎหมายหรือไม่
ซึ่งก็ได้รับการชี้แจงว่าเรื่องนี้ต้องแยกส่วนระหว่างเจตนาดี กับความผิดตามข้อเท็จจริง เรื่องการแต่งกายไม่ถูกต้อง การเข้าไปในสถานที่เกิดเหตุโดยไม่ได้ใส่ชุดป้องกัน เรื่องนี้ คณะกรรมการของ อพปร. อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเท็จจริง และผลที่จะตามมาแล้ว ส่วน "หมวดนัท" ก็ยอมรับผิดว่าการเข้าไปแบบนั้น ตัวเองกระทำผิดไปจริง แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใด
เท่ากับยืนยันได้ว่า "หมวดนัท" จริง ๆ แล้ว เป็น อพปร.เขตพญาไท มีสิทธิ์ที่จะแต่งกายในเครื่องแบบนี้ได้ แต่วันที่เกิดเหตุไม่ได้สวมชุดนี้ไป เพราะอ้างว่าเพิ่งไปซ้อมยิงปืนบีบีกันเสร็จ จึงไปทั้งชุดแบบนั้น
ส่วนการติดป้ายที่ชุดที่ระบุว่า "army" แล้วมีชื่อตนเองอยู่ข้างล่าง เป็นการติดเพื่อประดับชุดเท่านั้น ไม่ใช่เครื่องแบบสนามลายพรางของกองทัพบก หรือชุดราชการกลาโหม
ส่วนวอดำที่ใช้นั้น ยืนยันว่าได้ไปอบรมวิทยุสื่อสารแบบสังเคราะห์ความถี่ของสำนักเทศกิจกรุงเทพมหานคร ซึ่งตนเองมีสิทธิใช้ได้อย่างถูกต้อง เพราะต้องสื่อสารกับศูนย์วิทยุ อปพร. เขตพญาไท
ส่วนเรื่องเข็มตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ เช่น เข็มสงครามทุ่น จาก กรมการทหารช่าง ได้มาเพราะไปทำงานจิตอาสา แล้วนำผลงานส่งไปขอให้หน่วยงานพิจารณา ส่วนดาว 2 ดาว ชุดเหรียญแพรที่หน้าอก ก็เป็นชุดเต็มยศของ "ว่าที่ร้อยโท"
ซึ่งสามารถใส่ได้ตามระเบียบของ กองทัพบก แต่ต้องติดป้ายว่า "นก." กำกับ ส่วน "ปีกร่มเอราวัณชั้นกิตติมศักดิ์" กับ "ปีกร่มหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ" ก็ยืนยันว่า ได้รับมาอย่างถูกต้อง เพราะส่งโพรไฟล์การทำจิตอาสาไปให้ทางหน่วยพิจารณา
หลังแถลงข่าวยาวนานกว่า 2 ชั่วโมง เมื่อคืนที่ผ่านมา "หมวดนัท" ก็เดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.พหลโยธิน พร้อมกับนำ "เสื้อเกราะ" ที่สวมใส่ในคืนวันเกิดเหตุ ไปให้ตำรวจด้วย แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ก่อนจะเข้าห้องสอบสวนทันที
เบื้องต้น ตำรวจ บอกว่า "หมวดนัท" ถูกแจ้งข้อกล่าวหาแน่นอน อย่างน้อย 3 ข้อหา เริ่มจาก "มี และใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต" จากการที่ "หมวดนัท" รับว่า ซื้อวิทยุสื่อสารมาจากร้านแห่งหนึ่งที่ย่านคลองถม และใช้งานจริงวิทยุเครื่องนี้ โดยไม่มีใบอนุญาตจาก กสทช. ข้อหานี้มีโทษหนักสุด คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อหาที่ 2 คือ แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็น จากกรณีแต่งกายเลียนแบบข้าราชการ
ข้อหาที่ 3 คือ ข้อหาไขข่าวทำให้ประชาชนตื่นตกใจ จากกรณีให้ข้อมูลในที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แต่งยังไม่จบแค่นี้ จากเสื้อเกราะที่ "หมวดนัท" นำมาให้ตำรวจ ก็จะต้องตรวจสอบต่อว่าเข้าข่ายครอบครองยุทธภัณฑ์ฯ หรือไม่ ซึ่งหากเข้าข่าย ก็จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มอีก ความผิดเกี่ยวกับครอบครองยุทธภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก หมวดนัท เข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่จึงปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่จำเป็นต้องทำสัญญาประกันตัว