ห้องข่าวภาคเที่ยง - ยังน่าเป็นห่วง สำหรับอาการเจ้าของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่อาการยังสาหัส ล่าสุด มีการเผยคลิปนาทีที่เจ้าของโรงเบียร์ออกมาโบกรถกู้ภัยของความช่วยเหลือ ก่อนจะกลับเข้าไปในร้าน เพื่อช่วยคนอื่น
คลิปนี้จากกล้องหน้ารถของเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่ไปถึงจุดเกิดเหตุเป็นคนแรก ซึ่งเผยให้เห็นภาพ คุณนาย เจ้าของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่ออกมายืนโบกรถ พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ แล้วรีบกลับเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าที่ติดอยู่ภายในร้าน โดยที่ตนเองก็ไม่ได้มีอะไรป้องกันไฟได้แม้แต่น้อย
จนถึงตอนนี้เจ้าตัวยังรักษาอาการอยู่ในห้อง ICU อาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติ โดยแพทย์ประเมินแล้วว่าเป็น "ผู้ป่วยเคสสีแดง" หรืออาการหนัก ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ทั้งบาดแผลจากไฟไหม้และภาวะแทรกซ้อน
หลายคนสงสัย เหตุการณ์ผ่านมาหลายวันแล้ว ทำไมเคสแดงถึงกลายเป็นเคสดำ ทั้งที่อยู่ในการดูแลของแพทย์ ?
เรื่องนี้ นายแพทย์ ศิรสิทธิ์ เลาหทัย ศัลยแพทย์เฉพาะทางผ่าตัดส่องกล้อง หรือ หมอโจอี้ โพสต์อธิบายว่า กรณีผู้ป่วยที่ถูกไฟไหม้รุนแรง การรอดชีวิตจากเหตุการณ์เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะร่างกายต้องเผชิญผลกระทบต่อจากนี้
ชั่วโมงแรก ความร้อนและควันไฟจะทำให้ทางเดินหายใจบวมและตีบ เสี่ยงหายใจลำบาก ต่อมาภายใน 24-48 ชั่วโมง หลอดเลือดจะรั่ว น้ำและโปรตีนซึมออกจากหลอดเลือด ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำจำนวนมาก ผู้ป่วยจะบวมทั้งตัว และหากมีน้ำรั่วเข้าปอด อาจเกิดภาวะน้ำท่วมปอดได้
เมื่อเข้าสู่สัปดาห์แรก แม้จะผ่านช่วงวิกฤตมาแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงติดเชื้อรุนแรง โดยเฉพาะเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล ซึ่งอาจทำให้อวัยวะหลายระบบล้มเหลว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรามักได้ยินข่าวว่า "มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม" หลังเกิดเหตุไฟไหม้หลายวัน เพราะร่างกายกำลังต่อสู้กับผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นลูกโซ่ และแม้ผู้ป่วยจะรอดชีวิต ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูด้วยการทำกายภาพบำบัด ดูแลรอยแผลเป็น และเยียวยาบาดแผลทางจิตใจอีกเป็นเวลานาน
อัปเดตจากกรุงเทพมหานคร ณ เวลา 10.00 น. ผู้เสียชีวิต อยู่ที่ 33 คน ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 71 คน กลุ่มสีแดง 14 คน สีเหลือง 13 คน และสีเขียว 44 คน กลับบ้านทั้งหมดแล้ว