ดำเนินคดี "หมวดนัท" 3 ข้อหา

View icon 17
วันที่ 16 ก.ค. 2569 | 11.09 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - "หมวดนัท" ชายแต่งกายคล้ายทหาร เดินประกบ "นายกฯ อนุทิน" ขณะตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ฯ ย่านลาดพร้าว หลังเปิดใจเคลียร์ปมตัวเองอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง สุดท้ายไปเข้าพบตำรวจ เพื่อรับทราบข้อหา ในส่วนที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย

จากคำพูดของ "ว่าที่ ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพญาไท" หรือ "หมวดนัท" เป็นสมาชิกกลุ่มกรุงเทพบินได้ ที่เมื่อวานนี้ไปนั่งเปิดใจกับ "กัน จอมพลัง"

อธิบายทุกประเด็น ทั้งเรื่องเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เรื่องการแต่งกายคล้ายทหาร ซึ่งก็บอกว่าเป็นชุดบีบีกัน เครื่องหมายตราสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้มาอย่างไร ตำแหน่งแท้จริงปัจจุบันคืออะไร  ใช่ทหาร หรือไม่ ทำไมถึงมีวิทยุสื่อสาร หรือที่เรียกกันว่า "ว.ดำ" ไว้ใช้งาน และส่วนที่ตัวเองกระทำเกินหน้าที่ไป

ผลของการกระทำผิดมีราคาที่ต้องจ่าย ทำให้หลังไปเปิดใจเล่าให้ฟังอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง ช่วงค่ำเมื่อวาน "หมวดนัท" นำ "เสื้อเกราะ" ที่สวมใส่ในคืนวันเกิดเหตุ ไปเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก พร้อมกับ "เต้ มงคลกิตติ์" อดีต สส. หัวหน้ากลุ่มกรุงเทพบินได้

ผู้กำกับกลุ่มงานสอบสวนฯ บอกว่า "หมวดนัท" ถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 3 ข้อหา ซึ่งข้อหาหนักสุดคือ ฐาน "มี และใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต" จากการที่ "หมวดนัท" รับว่าซื้อวิทยุสื่อสารมาจากร้านแห่งหนึ่งที่ย่านคลองถม และใช้งานจริงวิทยุเครื่องนี้ โดยไม่มีใบอนุญาตจาก กสทช. ข้อหานี้มีโทษหนักสุด คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องเสื้อเกราะว่าเข้าข่ายเป็นยุทธภัณฑ์หรือไม่

ข้อหาที่ 2 คือแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็น จากกรณีแต่งกายเลียนแบบข้าราชการ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อหาที่ 3 คือ ข้อหาไขข่าวทำให้ประชาชนตื่นตกใจ จากกรณีให้ข้อมูลในที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หลังเข้าพบพนักงานสอบสวน รับทราบข้อหาเสร็จสิ้น "หมวดนัท" ก็ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพราะเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง

มีรายงานข่าวว่า สรุปแล้วเมื่อคืนนี้ "หมวดนัท" ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะทำรายงานชี้แจงตำรวจภายใน 15 วัน

ส่วนทางฝั่งตำรวจเอง หลังจากนี้ก็จะไล่ตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด เช่น บัตรประจำตัวต่าง ๆ การได้มาซึ่งยศ "ว่าที่ร้อยโท" รวมถึงเสื้อเกราะที่ใส่ในวันเกิดเหตุ แม้เบื้องต้นจะพบว่าข้างในเป็นฟองน้ำ แต่ก็ต้องให้ทางกรมสรรพาวุธตรวจสอบยืนยันเรื่องนี้อีกที คาดว่ากระบวนการสอบสวนทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน ก็จะส่งให้อัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง