ไม่เข็ด หญิง "รับหิ้ว" เจอพัสดุซุกไอซ์ 2 กก.

View icon 9
วันที่ 17 ก.ค. 2569 | 07.06 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เรื่อง "แอร์มีนา" เพิ่งจะหายฝุ่นตลบ คลี่คลายได้ว่าน่าจะถูกหลอกให้ "รับหิ้วของ" โดยที่เธอไม่รู้เห็นกับขบวนการค้ายาเสพติด ไม่ทันไรเจออีกแล้ว ดีว่าคราวนี้ "หญิงสาว" ที่รับหิ้วงานจะเดินทางไปญี่ปุ่น นึกเอะใจ ทำไม "กระปุกมะขามเปียก" หนักผิดปกติ พอเปิดออกดู เธอถึงกับต้องรีบไปหาตำรวจทันที

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจาก นางสาวพัชร์ (นามสมมุติ) ซึ่งทำอาชีพ "รับหิ้วสินค้า" ส่งให้ลูกค้าที่อยู่ระหว่างไทยและญี่ปุ่น โดยคิดราคาเป็นกิโลกรัมละ 450 บาท กระทั่งวันที่ 3 กรกฏาคม ที่ผ่านมา เธอได้รับการติดต่อจากผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ให้ช่วยนำสินค้าจำนวน 12 รายการ น้ำหนักรวม 10 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เป็นของกิน ส่งให้ลูกค้าที่ประเทศญี่ปุ่น

จากนั้นวันที่ 4 กรกฏาคม ได้ว่าจ้างให้ไรเดอร์นำพัสดุไปส่งที่คอนโดฯ แต่เพราะนางสาวพัชร์ ไม่อยู่ ไปทำธุระต่างจังหวัด กลับมาอีกทีวันที่ 7 กรกฎาคม ถึงได้มาตรวจสอบพัสดุ เพื่อเตรียมบรรจุแยกสัมภาระเดินทาง แล้วไปผิดสังเกตสินค้า 1 รายการ ก็คือ กระปุก "มะขามเปียก" แบบเหลว 6 กระปุก

ผิดสังเกตแรกคือ "มะขามเปียก" เพราะญี่ปุ่นมีกฎหมาย "ห้ามนำเข้า" พืช และผลไม้แปรรูปทุกชนิด เพื่อป้องกันโรคพืช และแมลงศัตรูพืช ผิดสังเกตที่ 2 ขวดโหลพลาสติกขนาด 1,500 กรัม ทำไมดูหนักผิดปกติ จึงเปิดฝากระปุกออก เห็น "มะขามเปียกเหลว" แล้วล้วงเข้าไปเจอ "วัตถุของแข็งสีขาว" บรรจุในถุงพลาสติกใส เลยตัดสินใจไม่นำไปญี่ปุ่นด้วย

หลังจากเดินทางกลับถึงไทย จากนั้นช่วงบ่าย วันที่ 13 กรกฎาคม ถึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางยี่ขัน ให้ตรวจสอบพัสดุดังกล่าว

พอเปิดออกมาดูทีละกระปุก พบว่าวัตถุในถุงพลาสติกใส คือไอซ์ น้ำหนักเฉลี่ย 300-400 กรัม รวม 6 ก้อน น้ำหนักรวมกว่า 2 กิโลกรัม ตำรวจจึงสอบปากคำ นางสาวพัชร์ ทราบว่าเธอเรียกไรเดอร์ผ่านแอปฯ ตามปกติ ไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้อง จึงส่งข้อมูลให้ชุดปราบปรามยาเสพติดตำรวจนครบาล ดำเนินการต่อ

ต่อมา พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สั่งชุดสืบ สืบสวนคดีนี้ โดยมีการออกหมายจับขบวนการนี้แล้ว จำนวน 4 คน แบ่งเป็นชาวเวียดนาม 3 คน คนไทย 1 คน ในข้อหาขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ และคาดว่าน่าจะมีร่วมขบวนการอีกประมาณ 15 คน

ล่าสุด เวลา 22.00 น. คืนที่ผ่านมา ตำรวจบุกจับกุม นายสมพงษ์ อายุ 50 ปี ชาวไทยที่ถูกออกหมายจับในคดีนี้ ได้ที่อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้เสียหายได้รับเงินค่าจ้างฝากหิ้วของผ่านบัญชีของนายสมพงษ์ จึงตามจับกุมตัวมาสอบปากคำ

เบื้องต้นเจ้าตัวให้การอ้างว่า ได้คบหากับแฟนสาวเวียดนาม ชื่อ "มะลิ" ได้ประมาณ 1 ปีเศษ และเคยให้บัญชีธนาคาร 2 แห่ง กับแฟนสาวไว้ใช้ เพื่อความสะดวก เนื่องจากแฟนสาวเป็นชาวต่างชาติ แต่ปัจจุบันแฟนสาวอยู่ที่เวียดนาม

ซึ่งวันนี้ เวลา 15.00 น. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมีกำหนดการไปร่วมสอบปากคำนายสมพงษ์ ที่ สน.บางยี่ขัน ด้วยตนเอง

สอบถามเรื่องนี้กับ นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. บอกว่า ทราบว่าตอนนี้ ตำรวจนครบาลกำลังทำเรื่องนี้อยู่ ส่วนของทาง ป.ป.ส. ก็ส่งชุดสืบสวนแฝงตัวไปหาข่าวตามกลุ่ม "รับหิ้ว"

พบว่าตั้งแต่เกิดเรื่องกับ "แอร์มีนา" กลุ่มรับหิ้วก็ไม่ได้หยุดธุรกิจนี้ ทุกวันนี้ก็ยังคง "รับหิ้ว" กันเหมือนเดิม เพิ่มเติมว่าจะพยายามระมัดระวังมากขึ้น

ถามว่าทุกวันนี้มีอาชีพไหนบ้างที่ "รับหิ้ว" บ่อย ๆ แล้วอยู่ในข่ายความเสี่ยง ก็พอจะโฟกัสได้ 3 อาชีพ 1.ลูกเรือ ทั้งกัปตัน, แอร์โฮสเตส หรือคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเป็นประจำ 2.ไกด์นำเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่มีประสบการณ์น้อย และ 3.ผู้ซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์

ส่วนความคืบหน้าคดี "แอร์มีนา" ตำรวจยังขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม เนื่องจากทางออสเตรเลีย ต้องการตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง คนสั่งซื้อยาเสพติด

ส่วนของไทยยืนยันคำเดิมว่า ไม่ได้ฟอกขาวให้กับ "แอร์มีนา" แต่ส่งข้อเท็จจริงทุกอย่างที่ได้จากการขยายผลไปให้ อัยการของออสเตรเลีย พิจารณา // ซึ่งต้องรอติดตามผลอีกครั้งว่า วันที่ 14 กันยายนนี้ หลังไปขึ้นศาลฯ แล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง