โกงสอบท้องถิ่น จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม ข้ารการ-พลเรือน รวม 11 คน

โกงสอบท้องถิ่น จ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม ข้ารการ-พลเรือน รวม 11 คน

View icon 37
วันที่ 17 ก.ค. 2569 | 11.06 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
คดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น เตรียมพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม ข้าราชการ - พลเรือน รวม 11 คน ขณะที่ประเด็นการเรียกสอบผู้สอบผ่านกว่า 5,000 คน ยังต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ

วันนี้ ( 17 ก.ค. 69 ) พลตำรวจโท ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ข้อมูลความคืบหน้าคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ว่า ขณะนี้กองบังคับการปราบปรามยังคงมุ่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย และส่งสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ

สำหรับผู้สอบผ่าน และได้รับการบรรจุกว่า 5,000 คนทั่วประเทศนั้น ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า เวลาที่เหลือของกองปราบมีจำกัด จึงยังไม่สามารถเรียกมาสอบปากคำได้ทั้งหมด โดยต้องรอความชัดเจนจากมาตรการทางปกครองของกระทรวงมหาดไทย และแนวทางของ ป.ป.ช. ก่อน

แต่ตำรวจสอบสวนกลาง ได้เตรียมแนวทางรองรับไว้ หากในอนาคตจำเป็นต้องสอบปากคำผู้สอบผ่านทั้งหมด โดยอาจให้พนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศเป็นผู้สอบตามประเด็นเดียวกัน ก่อนรวบรวมข้อมูลส่งกลับมายังส่วนกลาง และ ป.ป.ช. แต่ย้ำว่า ขณะนี้ยังเป็นเพียงแนวคิด เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งอย่างเป็นทางการ

ส่วนความคืบหน้าทางคดี วันนี้ชุดสืบสวนได้ประชุมติดตามความคืบหน้า ตั้งแต่เวลา 09:00 น. ที่ผ่านมา เป็นการประชุมภายในไม่สามารถให้บันทึกภาพได้

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่าคณะทำงานชุดทำคดีของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. เปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว เกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติตาม TOR เพราะเบื้องต้น ทราบว่า ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา เป็นผู้ได้รับมอบอำนาจเด็ดขาดจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในการบริการจัดการ เซ็นสัญญา หรือดีลงานกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือ สถ. ซึ่งการสอบปากคำครั้งนี้ เป็นรูปแบบการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ใช่การดำเนินคดี เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ขอรูปแบบสัญญาจ้างต่าง ๆ จาก ผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ รวมถึงสัญญาจ้างที่เป็นพันธะผูกพันธ์ระหว่าง สถ.และ มศว ซึ่งในสัญญาจ้างฉบับนี้มีประเด็นสำคัญที่ คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ทักท้วง แต่ผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯไม่ได้แจ้งข้อมูลบางส่วนกับบอร์ดผู้บริหารมศว เบื้องต้นทราบมาว่าผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ อยู่ระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัย

ซึ่งนอกจากผู้อำนวยการสำนักทดสอบฯ แล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้สอบปากคำผู้บริหาร และสายปฏิบัติการอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพิมพ์ที่เป็นชุดจัดทำข้อสอบร่วมด้วย ส่วนการทำงานของกองบังคับการปราบปราม ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในการกระทำความผิด หลังสถ. แจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขข้อมูลกระดาษคำตอบ ซึ่งเป็นเอกสารราชการ โดยกลุ่มข้าราชการที่ถูกพบในบ้านหลังหนึ่งที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งพยานหลักฐานที่ปรากฏในวันจับกุม จะถูกขยายเพื่อดำเนินคดีต่อเกี่ยวกับความผิดพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เปิดเผยความลับราชการ รวมถึงข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ส่วนการนำข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นเอกสารลับมาเปิดเผยจะเชื่อมโยงถึงใคร ก็จะต้องไปตรวจสอบต่อ เบื้องต้นทราบว่า ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้สอบปากคำนายฉัตรพิสุทธิ์ หรือ เต้ย รวมถึงอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนเส้นทางการเงินบุคคลที่เกี่ยวข้อง

โดยความผิด ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นความผิดอาญาที่จะต้อง ดำเนินคดีทันทีโดยไม่ต้องตรวจสอบว่าผู้กระทำความผิดเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ เพราะหากจะรอการทำคดี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมาตรา 157 ก็มองว่าอาจเป็นการดำเนินการที่ล่าช้าเพราะกระบวนการต้องเข้าสู่ขั้นตอนของป.ป.ช. โดยวันนี้ กองบังคับการปราบปราม จะเน้นการดำเนินคดีอาญาเป็นหลัก เช่น กรณีการพบผู้เกี่ยวข้องในที่เกิดเหตุ 11 คน ซึ่งมีทั้งข้าราชการและพลเรือน อาจจะถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาร่วมกันแก้เอกสารทางราชการ ก่อนขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ หากพบว่าเชื่อมโยงจึงจะส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง