อดรับสิทธิ บัตรสวัสดิการฯ หลายคนขึ้นเหตุผล โดนกรรมสิทธิ์รถยนต์

อดรับสิทธิ บัตรสวัสดิการฯ หลายคนขึ้นเหตุผล โดนกรรมสิทธิ์รถยนต์

View icon 1.4K
วันที่ 17 ก.ค. 2569 | 12.07 น.
News
แชร์
เริ่มแล้ววันนี้ (17 ก.ค.) ประกาศผลผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ มีผู้ลงทะเบียนถึง 18.82 ล้านคน แต่มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านคน ยินดีด้วย 

ทั้งนี้ จากจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 18 ล้าน 820,784 คน ผลการคัดกรองพบว่า มีผู้ผ่านคุณสมบัติใหม่จำนวน 9,506,531 คน ส่วนผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติทั้งเกณฑ์เดิม และเกณฑ์ใหม่ รวม 9,314,253 คน พบว่าบางคนตรวจสอบสิทธิแล้วขึ้นว่า มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ เกินกว่าที่โครงการกำหนด ซึ่งถือว่า ไม่ผ่านเกณฑ์

โดยผู้ที่เพิ่งได้รับสิทธิ์ ต้องยืนยันตัวตน ดำเนินการได้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ถึง 12 มกราคม 2570 เมื่อยืนยันตัวตนแล้วจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ส่วนกลุ่มเดิมที่เคยได้รับสิทธิ์แล้ว และผ่านเกณฑ์รอบนี้ ไม่ต้องยืนยันตัวตนอีก เริ่มใช้สิทธิ์ได้ ตั้งแต่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป

ส่วนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17- 31 กรกฎาคม

สำหรับการยื่นทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำได้ ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ประกอบด้วย

1. แอปพลิเคชันเป๋าตัง
2. แอปพลิเคชันทางรัฐ
3.เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
4. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร

ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

เมื่อยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว ต้องติดต่อหน่วยตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ภายในวันที่ 16 สิงหาคม และเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง

ประกาศผลการทบทวนสิทธิ วันที่ 21 กันยายน ผ่าน 4 ช่องทางหลักเดิม

ผู้ผ่านทบทวนสิทธิจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ตรวจย้ำคุณสมบัติและเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาสำหรับโครงการลงทะเบียนรอบใหม่ มีดังนี้

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. เป็นผู้มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน

3. ไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
          3.1. ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
          3.2 ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง
          3.3 บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
          3.4 นักเรียน นักศึกษา
          3.5 บุคคลดังต่อไปนี้
               3.5.1 ข้าราชการ
               3.5.2 พนักงานราชการ
               3.5.3 พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ได้รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐโดยตรง เว้นแต่บุคคลดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (รอบปีปฏิทิน)
               3.5.4 ผู้รับบำเหน็จรายเดือน
              3.5.5 ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
          3.6 ข้าราชการการเมืองตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2535
          3.7 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา
          3.8 หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดตามฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถตรวจสอบได้ด้วย เลขประจำตัวประชาชนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
          3.9 ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
          3.10 ผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย
          3.11 ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่ได้มีการชำระเบี้ยประกันภัยแล้วตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
          3.12 บิดามารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
          3.13 บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้มีเงินได้ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของคู่สมรสของผู้มีเงินได้ หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ (บุตรฯ) ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับบุตรฯ
          3.14 คู่สมรสของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับคู่สมรส

4. เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

5. เป็นผู้มีรายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี

6. เป็นผู้ไม่มีทรัพย์สินทางการเงินหรือมีทรัพย์สินทางการเงินที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่
          6.1. เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
          6.2 สลากของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารอาคารสงเคราะห์

7. ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลเครดิตของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด

8. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือถือครองอสังหาริมทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
          8.1 มีกรรมสิทธิ์ในห้องชุด รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร และ
          8.2 กรณีผู้ที่เป็นเกษตรกร**
              8.2.1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
              8.2.2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อรวมกันกับข้อ 8.2.1 แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 10 ไร่
         8.3 กรณีผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร**
              8.3.1 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ใช้เป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมกันทุกแห่งต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา
              8.3.2 มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน เมื่อรวมกันกับข้อ 8.3.1) แล้ว ทุกแห่งต้องมีพื้นที่รวมกันไม่เกิน 1 ไร่

9. ไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต

10. ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ ที่มีขนาดกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน

* ฐานข้อมูลที่ใช้ในการตรวจสอบคุณสมบัติ จะเป็นไปตามฐานข้อมูล ณ วันที่คณะกรรมการฯ กำหนด
** ผู้ที่เป็นเกษตรกร หมายความว่า ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเกษตรกรตามฐานข้อมูลของหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

รัฐบาลมีความตั้งใจว่าจะมีการทบทวนเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้มากที่สุด