ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตอนนี้ตำรวจพอจะได้ข้อเท็จจริงเรื่องการตรวจสถานที่เกิดเพลิงไหม้ และชนวนเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากมาแล้ว แต่ที่ยังไม่เคลียร์ คือเรื่องการใช้ไฟฟ้าของร้าน ที่ต้องสงสัยว่ามีการดัดแปลงการรับกระแสไฟฟ้า จนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือไม่ จึงต้องนัดการไฟฟ้าฯ ไปตรวจสอบเรื่องนี้พร้อมกัน
หลังจากได้พา ชาย 1 คน และหญิง 2 คน พนักงานของร้าน ไปชี้จุดยืนยันคำให้การภายในร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเพลิงไหม้ ก็พอจะสรุปหน้าตาของร้าน ก่อนที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ว่า อะไรอยู่ตรงไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
ส่วนผลจากการตรวจสอบที่ตำรวจได้พา ตำรวจฝ่ายอำนวยการ 5 ที่เชี่ยวชาญเรื่องสถานบันเทิง มาให้ข้อมูลด้วย พบว่าถ้านำเอา พ.ร.บ.สถานบริการ มาตรวจสอบ จะพบว่าร้านที่เกิดเหตุ แทบไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยแม้แต่ข้อเดียว
ไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ ประตูไม่ได้มาตรฐาน, ไม่มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย, ไม่มีระบบดับเพลิง หรือสปริงเกอร์ ทางหนีไฟมีป้ายแจ้งเตือนน้อย
ถามว่าทำไมถึงต้องนำกฎหมายฉบับนี้มาพิจารณา ก็เพราะสภาพของร้านที่เกิดเหตุ เข้าข่ายเป็น "สถานบริการ หรือสถานบันเทิง" มากกว่า "ร้านอาหาร" ตามที่มีการขออนุญาต
ประเด็นต่อมาคือ ผลการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้ง 33 คน ที่ส่วนใหญ่พบว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจ เพราะสูดเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารไซยาไนด์ เข้าไปในร่างกาย ตามที่แพทย์นิติเวชลงความเห็น ประกอบกับผลการพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่ามีสารไซยาไนด์ตกค้างอยู่ทั่วทั้งร้าน โดยต้นตอมาจากวัสดุ 2 ชนิด คือ โฟมซับเสียงที่ติดอยู่รอบเพดาน และหญ้าเทียมที่ปูพื้น
ทำให้ในการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติมวันนี้ ตำรวจ สน.พหลโยธิน ได้ประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง นำอุปกรณ์ไปเชื่อมระบบหม้อแปลงไฟฟ้า และมิเตอร์ของร้าน เพื่อดูข้อมูลการใช้ไฟฟ้าเปรียบเทียบช่วงก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ ว่ามีปริมาณเท่าใด เกินกว่าที่ได้ขอกับการไฟฟ้านครหลวงหรือไม่
รวมถึงแหล่งที่มาของกระแสไฟฟ้าที่ใช้ เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐาน เรื่องการดัดแปลงอุปกรณ์รับกระแสไฟฟ้า ที่ตั้งข้อสังเกตว่า ทำให้เกิดการ "โอเวอร์โหลด" และลัดวงจร
ส่วนตำรวจก็เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมภายในร้าน นำตลับเมตรไปวัดเก็บข้อมูลขนาดประตูทางเข้า-ทางออก ทางหนีไฟ พบว่าแต่ละบานกว้างยาวไม่เท่ากัน เช่น ประตูเล็กด้านหลังร้าน กว้างแค่ 80 เซนติเมตร, ประตูฝั่งห้องครัว กว้าง 1 เมตร 60 เซนติเมตร
สำหรับความคืบหน้าการสอบปากคำพยาน ตำรวจได้สอบปากคำไปแล้วกว่า 100 คน และวันนี้ก็ได้ประสานอัยการ ให้สอบปากคำกลุ่มพนักงาน และเด็กเสิร์ฟที่เป็นชาว สปป.ลาว ล่วงหน้าเป็นพยาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกลับประเทศ แล้วกระทบกระบวนการในชั้นศาลฯ ส่วนพยานปากสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าของร้านและหุ้นส่วน จะพิจารณาสอบปากคำในภายหลัง โดยเฉพาะเจ้าของร้าน ที่ตอนนี้ยังรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU