กรมคุ้มครองสิทธิฯ แจงดรามาใช้เงินภาษีเยียวยา เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ชี้ ผู้ทำผิดต้องชดใช้ ไม่มียกเว้น ส่วนรัฐมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ซึ่งรัฐธรรมนูญ บัญญัติไว้ ผู้ถูกละเมิดสิทธิย่อมได้รับการเยียวยาจากรัฐ
วันนี้ (17 ก.ค.69) สืบเนื่องจากเหตุไฟไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ส่งผลให้ปัจจุบันมียอดผู้เสียชีวิตรวมแล้วถึง 33 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก โดยสังคมได้ตั้งคำถามและเกิดข้อถกเถียงว่า "เหตุใดรัฐจึงต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้เยียวยาผู้ประสบภัย"
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ขอเรียนว่า หลักการสำคัญประการแรก เมื่อมีการกระทำผิดและเกิดความเสียหาย ผู้ที่กระทำความผิดต้องเป็นผู้ชดใช้ความเสียหาย โดยจะต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ชดใช้ความเสียหายแก่ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวอย่างเป็นธรรมและเหมาะสมที่สุด โดยไม่มีข้อยกเว้น หลักการที่สอง คือ หลักหน้าที่ของรัฐ โดยรัฐมีหน้าที่จะต้องดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนภายใต้รัฐ รวมทั้งรัฐธรรมนูญได้ระบุว่า บุคคลซึ่งได้รับความเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ หรือจากการกระทำความผิดอาญาของบุคคลอื่น ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับการเยียวยาหรือช่วยเหลือจากรัฐตามที่กฎหมายบัญญัติ
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จึงมีหน้าที่ตามบทบัญญัติของกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559) เพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของ "เหยื่ออาชญากรรม” ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยกรณีเสียชีวิต จ่ายค่าตอบแทนรายละ 300,000 บาท ให้แก่ทายาทโดยชอบธรรม ส่วนกรณีบาดเจ็บ จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามจริง ไม่เกิน 80,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 50,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในจังหวัดที่ทำงาน ไม่เกิน 1 ปี ค่าตอบแทนความเสียหายอื่น ไม่เกิน 100,000 บาท และค่าตอบแทนความพิการ ทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะ ไม่เกิน 300,000 บาท
สำหรับประชาชนและครอบครัวผู้เสียหาย สามารถขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ได้ที่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดในพื้นที่เกิดเหตุ หรือติดต่อที่ สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 (ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)