หลัง กระทรวงการคลัง ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2569 สำหรับคนผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สำหรับผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่ลงทะเบียน สามารถตรวจสอบสถานะได้ผ่าน 3 ช่องทาง
1. เว็บไซต์โครงการฯ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th และ https://welfare.mof.go.th
2. แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ
3. หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ธนาคารกรุงไทย /ธ.ก.ส./ ธนาคารออมสิน/ธอส./ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
อ่านข่าว : ตรวจผลขึ้นหน้าจอผ่านแล้ว ! ทำอย่างไรต่อ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
หน้าจอแสดงผลสถานะการพิจารณาคุณสมบัติบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569
1.ผู้ไม่ผ่านการพิจารณา กดทบทวนสิทธิ ภายในวันที่ 31 ก.ค. 69
2.ผู้ผ่านเกณฑ์รายใหม่ หรือ รายเดิมที่เคยมอบอำนาจ ต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC)
3.ผู้ผ่านเกณฑ์ที่รายเดิมไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC)

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิตามโครงการใหม่ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เช็กวงเงิน ที่นี่
อ่านข่าว : เปิดวงเงินเข้า ส.ค.69 บัตรสวัสดิการฯ รายเก่าที่ผ่าน ได้ไปต่อ
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ ใช้ได้วันไหน ?
สำหรับ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ หลังยืนยันตัวตน ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือหน่วยงานรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร กรณีผู้ที่มอบอำนาจใช้สิทธิแทน ต้องดำเนินการยืนยันตัวตนด้วยตนเองที่หน่วยงานเท่านั้น *ทั้งรายใหม่รายเก่า*และผูกพร้อเพย์บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักกับบัญชีธนาคารใดก็ได้เป็นที่เรียบร้อย
ผู้ถือบัตรจะสามารถเริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งวงเงินที่ได้รับจะมีดังนี้
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนตุลาคม 2569
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 **ถอนเป็นเงินสดไม่ได้และไม่สะสมในเดือนถัดไป**
- วงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม (กรกฎาคม - กันยายน 2569) 80 บาท / 3 เดือน
- วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 8 ประเภท 750 บาท/เดือน
ได้แก่ บขส. | รถไฟ | ขสมก. | รถไฟฟ้า | รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร | รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน | รถสองแถวรับจ้าง | เรือโดยสารสาธารณะ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ
- ค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนดผู้มีสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีสิทธิฯ) จะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด
- ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากผู้มีสิทธิฯ มีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ จะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด


ขอบคุณข้อมูล กระทรวงการคลัง,กรมบัญชีกลาง