สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - คดีเพลิงไหม้ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ตำรวจขอรอดูความชัดเจนจากการไฟฟ้านครหลวง ที่จะส่งทีมเข้าสำรวจ เพื่อยืนยันหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไรกันแน่
คดีนี้แม้ตำรวจจะพอรู้สาเหตุจากปากคำของพยาน ที่เป็นพนักงานของร้านบางส่วนแล้ว ก็พอจะสรุปได้ อีกทั้งการเข้าตรวจสอบของตำรวจฝ่ายอำนวยการ 5 ที่เชี่ยวชาญเรื่องสถานบันเทิง ที่เปิด พ.ร.บ.สถานบริการ ไล่ตรวจสอบสภาพของร้านทีละข้อ ปรากฏว่า ร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยแม้แต่ข้อเดียว
เริ่มตั้งแต่ประตูไม่มีการติดตั้งระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย ไม่มีระบบดับเพลิง หรือสปริงเกอร์ ทางหนีไฟมีป้ายแจ้งเตือนน้อยกว่ามาตรฐาน
คำถาม คือ ทำไมถึงต้องนำกฎหมายฉบับนี้มาพิจารณา เพราะ พนักงานสอบสวน พิจารณาแล้วเห็นว่าสภาพของร้านที่เกิดเหตุ เข้าข่ายการเป็น "สถานบริการ หรือสถานบันเทิง" มากกว่า "ร้านอาหาร" ตามที่มีการขออนุญาต
ประเด็นต่อมา ผลการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตทั้ง 33 คน พบว่า เกิดจากการขาดอากาศหายใจ เพราะสูดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และสารไซยาไนด์ เข้าไปในร่างกาย โดยต้นตอมาจากวัสดุ 2 ชนิด คือ โฟมซับเสียงที่ติดอยู่รอบเพดาน และหญ้าเทียมที่ปูพื้น
แพทย์นิติเวช ระบุว่า เมื่อวัสดุที่มีสารไซยาไนด์เหล่านี้ถูกเผาไหม้เป็นควัน ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยการปิดกั้นระบบหายใจ ทำให้ผู้สูดดม หายใจไม่ออก และหมดสติภายในเวลาเพียง 4 นาที มีสภาพเหมือนถูกมืออุดจมูก การที่เจ้าของร้านเลือกใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดสารอันตรายเหล่านี้มาตกแต่งร้าน อาจถูกนำไปพิจารณาประกอบการดำเนินคดี ฐานกระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
นอกจากนี้ ยังตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามข้อท้วงติงของคณะกรรมาธิการฯ ที่ตั้งคำถามว่า ตำรวจพื้นที่ปล่อยปละละเลยหรือไม่ ที่ให้ร้านเปิดบริการถึง 02.00 น.
เพื่อความชัดเจนของคดี ตำรวจ สน.พหลโยธิน ประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยนำอุปกรณ์ไปเชื่อมระบบหม้อแปลงไฟฟ้า และมิเตอร์ของร้าน เพื่อดูข้อมูลการใช้ไฟฟ้าเปรียบเทียบช่วงก่อนเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุว่าเกินกว่าที่ได้ขอไว้หรือไม่
และยังตรวจสอบลึกลงไปกว่านั้นว่ามีการดัดแปลงอุปกรณ์รับกระแสไฟฟ้า จนเกิดการ "โอเวอร์โหลด" และลัดวงจร หรือไม่
สำหรับการสอบปากคำพยาน เริ่มสอบจากกลุ่มพนักงาน และเด็กเสิร์ฟที่เป็นชาว สปป.ลาว ล่วงหน้า ป้องกันเผื่อมีใครเดินทางกลับประเทศ ส่วนพยานปากสำคัญ เช่น กลุ่มเจ้าของร้าน และหุ้นส่วน จะพิจารณาสอบปากคำในภายหลัง โดยเฉพาะเจ้าของร้านที่ตอนนี้ยังรักษาตัวในห้อง ICU
ขณะเดียวกัน คปภ. (คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) แจ้งว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 33 คน มีเพียง 11 คน ที่มีกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ และกรมธรรม์ประกันภัยที่เกี่ยวข้อง และอยู่ระหว่างประสานบริษัทฯ ดำเนินการออกเช็กรอจ่าย
ส่วนการทำประกันวินาศภัย กับบริษัท "ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)" ของ "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" วงเงินประกันภัย รวม 40 ล้านบาท คุ้มครองความเสียหายจากเพลิงไหม้ ฟ้าผ่า และการระเบิดของก๊าซ ระยะเวลาคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2569 ถึง 18 มีนาคม 2570 ก็ได้ประสานบริษัทฯ ผู้รับประกันภัย ให้มาประเมินความเสียหาย ประกอบการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขแล้วเช่นกัน