ข่าวภาคค่ำ - คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เลี้ยงลูกพิการถึงกับร่ำไห้ หลังตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ระบบแจ้งว่ามีรถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ไม่มีรถเลยสักคัน
แม่เลี้ยงลูกพิการ ขอรัฐทบทวน
ที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีชาวบ้านหลายครอบครัวที่ตรวจสอบผลการคัดกรองโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 แล้วพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบระบุว่ามีกรรมสิทธิ์รถยนต์เกินกว่าที่กำหนด
นางสาวทองดี แม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลี้ยงดูลูกสาวพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีรายได้เป็นเบี้ยคนพิการของลูก เดือนละ 1,000 บาท หวังพึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เมื่อไปตรวจสอบสิทธิ์ พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีกรรมสิทธิ์รถยนต์ 2 คัน ทั้งที่ปัจจุบันไม่มีรถแม้แต่คันเดียว ยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยมีรถมือสอง 1 คัน แต่ขายไปนานแล้ว อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง
วอนรัฐเห็นใจทบทวน เหตุจนจริง จ.นครราชสีมา
ที่จังหวัดนครราชสีมา ก็เช่นเดียวกัน มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ฯ เดินทางไปยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรคนจนแน่นธนาคาร โดยผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ต่างสะท้อนเสียงเดียวกันว่า อยากให้ภาครัฐพิจารณาจากสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง มากกว่าการอ้างอิงข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียว
อย่างนางสุนีย์ อายุ 58 ปี บอกว่า ไม่ผ่านเกณฑ์ ระบบระบุว่ามีรถจักรยานยนต์เก่า 1 คัน และมีเงินฝากในบัญชีกว่า 100,000 บาท ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเก็บสะสมจากการทำงานทั้งชีวิต ตั้งใจเก็บไว้ใช้ยามเจ็บป่วย เป็นค่าใช้จ่ายในช่วงบั้นปลาย และงานศพของตนเอง ปัจจุบันไม่มีงานประจำ ไม่มีรายได้ และยังต้องเช่าบ้านพักอาศัย ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง
อีกคนคือนางวลัยรัตน์ อายุ 48 ปี บอกว่า มายื่นอุทธรณ์ฯ ระบบตรวจพบว่า มีสลากออมสิน และสลาก ธ.ก.ส. ซึ่งซื้อเก็บไว้นานกว่า 20 ปี จนแทบลืมว่ามีอยู่ การนำข้อมูลทรัพย์สินในอดีตมาใช้พิจารณาทำให้ประชาชนเสียสิทธิ ไม่สะท้อนสถานะปัจจุบันที่มีรายได้เดือนละไม่ถึง 10,000 บาท และเคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตลอด