รัฐบาลขยายเวลาผ่อนผันแรงงาน 3 สัญชาติ คือ เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม ถึงปี 2570 ย้ำ ไม่ได้เปิดขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่ แต่ขยายเวลาผ่อนผันสำหรับกลุ่มเดิมที่มีข้อมูลอยู่ในระบบแล้วเท่านั้น เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ (19 ก.ค. 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงรายละเอียดของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ได้เห็นชอบการขยายระยะเวลาการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม ให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและทำงานต่อ จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2570 ว่า เพื่อประคองระบบเศรษฐกิจและลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ
ทั้งนี้ เดิมทีใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่ กำลังทยอยหมดอายุในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งหากไม่มีการขยายเวลา อาจจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยที่พึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้ ทั้งภาคการผลิต ภาคก่อสร้าง ภาคบริการ และเกษตรกรรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมและจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เพราะหากแรงงานเหล่านี้ต้องออกจากระบบไป จะส่งผลต่อเสถียรภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาวะที่ตลาดแรงงานยังมีความต้องการสูง
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลออกมาตรการล่วงหน้า ก่อนใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวจำนวนมากหมดอายุ ก็เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน ช่วยให้ภาคเอกชนสามารถวางแผนบริหารกำลังคนต่อเนื่อง ไม่ต้องหยุดสายการผลิตหรือปิดกิจการชั่วคราว โดยในช่วงที่รัฐบาลผ่อนผันและขยายเวลานี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเร่งปรับปรุงฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าว ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมระบบระหว่างหน่วยงาน เพื่อดูแลตรวจสอบให้แรงงานต่างด้าว ได้อยู่ในระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ลดปัญหาการลักลอบเข้าเมืองและแรงงานเถื่อน ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ภาคธุรกิจไม่ขาดแรงงานและไม่ถูกกดดันจากมาตรฐานแรงงานระหว่างประเทศด้วย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้เปิดให้ขึ้นทะเบียนแรงงานใหม่เป็นการทั่วไป แต่ขยายเวลาผ่อนผันสำหรับกลุ่มเดิมที่มีข้อมูลอยู่ในระบบแล้วเท่านั้น เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขั้นตอนในลำดับถัดไป ทางกระทรวงแรงงานจะมีการออกประกาศรายละเอียดและแนวปฏิบัติ เพื่อลดขั้นตอนเอกสารให้มีความสะดวกและรวดเร็วที่สุด ดังนั้น ขอให้นายจ้างและสถานประกอบการติดตามประกาศอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางของกรมการจัดหางาน (www.doe.go.th) และสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 เพื่อป้องกันการถูกมิจฉาชีพแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์