เจาะประเด็นข่าว 7HD - สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการทุจริตในพื้นที่เกาะพะงัน ในการขับเคลื่อน “พะงันโมเดล” โดยพบการลักลอบขุดดิน และมีบางส่วนอาจกินแนวเขตพื้นที่ป่า ซึ่งปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นหนึ่งในหลายจุดที่ถูกชี้พิกัดว่าสุ่มเสี่ยงจะเกิดการทุจริต ติดตามรายละเอียดจากคอลัมน์หมายเลข 7
ที่ดิน 3 แปลง ในหมู่ที่ 3 ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกปรับเกลี่ยพื้นที่ขุดหน้าดินขาย มาเป็นเวลากว่า 20 ปี ไม่หลงเหลือเค้าเดิมที่เคยเป็นเชิงเขา จุดนี้ถูกร้องเรียนว่าขุดดินโดยไม่ขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543
นี่เป็นหนึ่งในข้อค้นพบของการลงพื้นที่ปฏิบัติการจริง เพื่อขับเคลื่อน “พะงันโมเดล” เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาการทุจริต ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ
เบื้องต้น นายยงยุทธ พิริยสถิต นายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน ให้เจ้าหน้าที่ปิดคำสั่งให้หยุดการขุดดินหรือถมดิน ทั้ง 3 แปลงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เครื่องจักรทุกชนิดจึงถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ หลงเหลือเพียงชายคาพักคนงานเท่านั้น
น่าสังเกตว่าทางเทศบาลตำบลเกาะพะงัน ตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 แปลง แม้มีโฉนดที่ดิน แต่ลักลอบขุดดินโดยไม่ขออนุญาต เมื่อความผิดชัดเจน แต่กลับยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี
ประเด็นนี้ นายภูเทพ ทวีโชติธนากุล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 และนายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. มองว่า สุดท้าย หากละเลย อาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่
นายกเทศมนตรีตำบลเกาะพะงัน ยืนยันกับคอลัมน์หมายเลข 7 ว่า ไม่รู้จักผู้ครอบครองที่ดินทั้ง 3 แปลงว่าเป็นใคร และเป็นเครือญาติกันหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีใครมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่
คอลัมน์หมายเลข 7 ตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า ผู้ครอบครองที่ดินทั้ง 3 แปลง มีที่อยู่ในหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 6 ตำบลเกาะพะงัน โดยเป็นคนไทย ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่พนักงานที่ดินจะเร่งตรวจสอบว่าครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากมีการขุดดินบางส่วนรุกล้ำพื้นที่ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน
การลงพื้นที่ปฏิบัติการครั้งนี้ของสำนักงาน ป.ป.ช. และจังหวัดสุราษฎร์ธานี หากประสบความสำเร็จ จะกลายเป็น “พะงันโมเดล” ในการเฝ้าระวังและแก้ปัญหาในพื้นที่อื่น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อข้อมูลทั้งหมดจะถูกรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #พะงันโมเดล