เช้านี้ที่หมอชิต - กรณีครูทราย ที่ต้องสูญเสียสามีอายุ 31 ปี ด้วยโรคหัวใจ หลังแพทย์ไม่ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและวินิจฉัยว่าเป็นอาการแพนิก จนสามีเกิดอาการช็อกและเสียชีวิต ทำให้ครูออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์คนดังกล่าว เมื่อ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา
จากนั้นโรงพยาบาลต้นสังกัด แถลงการณ์แสดงความเสียใจ มีคำสั่งให้แพทย์ผู้ทำการรักษาพักการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
ล่าสุด โรงพยาบาลออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ให้แพทย์คนดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทันที นอกจากนี้ แพทยสภารับเรื่องตรวจสอบจริยธรรมแพทย์แล้ว
ครูทรายร้องไห้อย่างนี้ทุกวัน ยังอยู่กับความโศกเศร้า นอนไม่หลับ หลังสามีเสียชีวิตอย่างกะทันหัน จากภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ครูทรายเชื่อว่าการเสียชีวิตของสามี อาจป้องกันได้ หากได้รับการตรวจรักษาอย่างเหมาะสม ตั้งแต่เข้ารับบริการที่โรงพยาบาล
ส่วนงานศพสามีของครูทรายจัดขึ้นที่วัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ บรรยากาศเมื่อวาน เป็นไปอย่างโศกเศร้า
แม่ของผู้เสียชีวิต บอกว่า "ฟูม" เป็นลูกชายคนโต และเป็นเสาหลักของครอบครัว ปกติทำงานและพักอยู่กับลูกสะใภ้ที่ราชบุรี จะกลับบ้านที่กรุงเทพฯ ทุกวันศุกร์
หลังจากลูกชายเสียชีวิต ตนและครอบครัวได้พูดคุยกับแพทย์ผู้ทำการรักษาแบบเปิดอกคุยกัน จากการสังเกตอากัปกริยาท่าที แพทย์คนดังกล่าว ยิ้มแย้มสดใสไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป และยังบอกว่าการวินิจฉัยสังเกตเพียงลักษณะอาการเบื้องต้น ประกอบกับอายุของลูกชายเพิ่งจะ 30 ต้น ๆ จึงมองว่าไม่น่าจะเกิดอาการรุนแรง
ซึ่งพอได้ฟังการชี้แจง บอกเลยว่ารับไม่ได้ ยืนยันจะดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุดกับแพทย์คนดังกล่าว และไม่สะดวกให้ขอขมาศพด้วย
ก่อนหน้านี้ ผอ.โรงพยาบาลซานคามิลโล จังหวัดราชบุรี เดินทางมาร่วมงานศพ พร้อมนำพวงหรีดมาแสดงความเสียใจ แต่แม่ของผู้เสียชีวิตได้นำไปตั้งไว้หน้าห้องน้ำ เนื่องจากทำใจไม่ได้ แม้ ผอ.โรงพยาบาลจะยืนยันว่าไม่ปกป้องแพทย์ผู้ทำการรักษาก็ตาม โดยมีคำสั่งให้พักงานและตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ ซึ่งแพทย์ดังกล่าวอายุกว่า 70 ปี และเป็นแพทย์อายุรกรรมพาร์ทไทม์ ทำงานกับโรงพยาบาลมานานกว่า 10 ปี
ล่าสุด โรงพยาบาลซานคามิลโล ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบแพทย์คนดังกล่าวมีการสื่อสารกับคนไข้และญาติด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ จึงมีคำสั่งให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ทันที มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ โดยยืนยันจะดูแลเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้านครูทราย หลังทราบว่าแพทย์คนดังกล่าวถูกให้ออกจากงาน โพสต์เฟซบุ๊กด้วยข้อความสะเทือนใจว่า "โดนให้ออก แต่ยังหายใจ กินข้าวได้นะ ถือว่าโชคดีอยู่นะ ส่วนอีกคนอยากให้เขาแค่โดนไล่ออกบ้างจัง จะได้ยังกลับบ้านมากินข้าวด้วยกัน"
ล่าสุด เลขาธิการเลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า "แพทยสภารับเรื่องตรวจสอบ กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตในจังหวัดราชบุรีไว้แล้ว" ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครูทรายและครอบครัว เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นความสูญเสียที่สร้างความสะเทือนใจแก่ครอบครัวและประชาชน
ผมเข้าใจดีว่าครอบครัวย่อมต้องการทราบข้อเท็จจริง และได้รับคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการดูแลรักษาอย่างเป็นธรรม ได้มอบหมายนิติกรของแพทยสภา และผู้ช่วยเลขาธิการด้านจริยธรรม ติดตามประสานงาน และรวบรวมรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบว่า การดูแลรักษาและการปฏิบัติของแพทย์เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่
ขณะที่ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. สั่งการให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 จังหวัดราชบุรี ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ในวันนี้ โดยจะตรวจสอบจากเวชระเบียน และเอกสารทางการแพทย์ของโรงพยาบาล รวมทั้งเรียกตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งทางฝั่งโรงพยาบาลเอกชนและญาติผู้เสียชีวิตมาให้ถ้อยคำ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งคาดว่าจะทราบผลการตรวจสอบเบื้องต้นในสัปดาห์หน้า
นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคม อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานการรักษาพยาบาล หากพบว่าโรงพยาบาลให้การรักษาไม่ได้มาตรฐาน จะดำเนินการลงโทษด้วยการลดจำนวนผู้ประกันตนทันที