ลดภาระค่าไฟประชาชน เริ่มใช้ค่าไฟใหม่เดือนสิงหาคม ออกบิลวันที่ 14 กันยายนนี้ และเตรียมเปิดบริการ One Stop Service ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครบวงจร
วันนี้ (20 ก.ค.69) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เดินหน้ามาตรการลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชน โดยอัตราค่าไฟใหม่จะเริ่มคิดจากการใช้ไฟเดือนสิงหาคม และจะปรากฏในใบแจ้งค่าไฟรอบบิลวันที่ 14 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
มาตรการสำคัญคือ กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับ ที่อยู่อาศัย 3.02 บาทต่อหน่วย ใน 200 หน่วยแรก ครอบคลุมประมาณ 23 ล้านครัวเรือน ขณะที่ผู้ใช้ไฟไม่เกิน 200 หน่วย ซึ่งเดิมได้รับอัตราพิเศษในช่วง 15 และ 35 หน่วยแรก จะยังได้รับสิทธิตามเดิม ส่วนผู้ใช้ไฟเกิน 200 หน่วย จะคิดค่าไฟในอัตราปกติตามโครงสร้างของการไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังขยายสิทธิไปยัง ผู้พักอาศัยในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และบ้านเช่า ให้ได้รับอัตราค่าไฟเดียวกับที่อยู่อาศัย รวมถึง ผู้ใช้มิเตอร์ชั่วคราวที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราว ซึ่งเดิมเสียค่าไฟประมาณ 6-7 บาทต่อหน่วย จะได้รับการปรับลดมาใช้อัตราเดียวกับที่อยู่อาศัยเช่นกัน โดยย้ำว่าไม่รวมมิเตอร์ชั่วคราวสำหรับงานก่อสร้าง
รัฐบาลยังมีมาตรการ ตัดภาระค่าไฟสาธารณะ เช่น ค่าไฟถนน ทางหลวง และทางด่วน ออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ส่งผลให้ค่าไฟลดลง อีก 9 สตางค์ต่อหน่วย พร้อมกับการใช้มาตรการค่าไฟ 3.02 บาทต่อหน่วย โดยมีผลในรอบบิลเดียวกัน
สำหรับผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังสามารถลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟได้เช่นเดิม วงเงินประมาณ 315 บาทต่อเดือน และยังสามารถลงทะเบียนรับสิทธิช่วยเหลือค่าน้ำประปาได้ประมาณ 100 บาทต่อเดือน โดยไม่กระทบสิทธิเดิม
นายพลพีร์ ระบุว่า ภาระงบประมาณจากมาตรการดังกล่าว แบ่งเป็นการตัดค่าไฟสาธารณะประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี และมาตรการค่าไฟ 3.02 บาทอีกประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี รวมราว 30,000 ล้านบาทต่อปี โดยกระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้าทั้งสองแห่งอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อจัดหาแหล่งเงินมารองรับ โดยยืนยันว่าแม้การจัดหาแหล่งงบประมาณยังไม่แล้วเสร็จ ประชาชนก็จะได้รับสิทธิตามกำหนดอย่างแน่นอน
ในส่วนของผู้เช่าที่พัก หากถูกเรียกเก็บค่าไฟสูงกว่าที่รัฐบาลกำหนด สามารถร้องเรียนมายังการไฟฟ้าหรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อให้ตรวจสอบความเป็นธรรม แม้ว่ามิเตอร์ภายในอาคารหลายแห่งจะเป็นมิเตอร์ที่ผู้ประกอบการติดตั้งเองก็ตาม
ด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด กระทรวงมหาดไทยเตรียมเปิด One Stop Service สำหรับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยประชาชนสามารถติดต่อการไฟฟ้าฯได้แห่งเดียว ตั้งแต่การสำรวจหน้างาน ออกแบบโดยวิศวกร เลือกอุปกรณ์มาตรฐาน ติดตั้ง เชื่อมต่อระบบ เปลี่ยนเป็นสมาร์ตมิเตอร์ ไปจนถึงการรับซื้อไฟฟ้าคืนเข้าระบบ โดยใช้ระบบหักลบหน่วยไฟแบบเครดิต เช่น หากเดือนหนึ่งขายไฟได้ 500 บาท และเดือนถัดมาใช้ไฟ 600 บาท จะชำระเพียงส่วนต่าง 100 บาท
พร้อมกันนี้ การไฟฟ้าทั้งสองแห่งเตรียมเปิดรับ Vendor หรือผู้รับเหมาติดตั้งโซลาร์ ที่ผ่านมาตรฐาน เพื่อรองรับการให้บริการทั่วประเทศ และอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงธนาคารพาณิชย์ เพื่อจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับประชาชนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ปัจจุบันมีแนวทางสินเชื่อดอกเบี้ยประมาณ 1% และอยู่ระหว่างผลักดันให้เหลือ 0.5% หรือ 0% โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 2 สัปดาห์ ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ