ชาวบ้านโอด! แบกเสื่อบังแสงแดด ยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหน้าตู้ ATM หลายรอบยังไม่ผ่านวอนหน่วยงานแก้ปัญหา ขณะที่หญิงอายุ 49 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาคนในครอบครัวอีก 4 ชีวิต เดินทางไป-กลับรวมระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร เพื่อมาดำเนินการ
วันที่ 20 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคักและแออัด มีประชาชนจำนวนมากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ เดินทางมารอต่อคิวตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดเพื่อยื่นอุทธรณ์ และยืนยันตัวตนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด ประชาชนจำนวนมากต้องนั่งรอคิวอยู่บริเวณริมถนน และอาศัยร่มเงาจากตัวอาคารเพื่อหลบแดด เนื่องจากภายในธนาคารไม่สามารถรองรับจำนวนคนได้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคาร ระบุว่า เฉพาะช่วงเช้ามีผู้มายื่นเรื่องแล้วกว่า 100 คน ส่วนที่เหลือต้องรอคิวในช่วงบ่ายต่อไป
โดยบริเวณหน้าตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย พบประชาชนจำนวนมากมารอต่อแถวยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า เพื่อรับสิทธิในโครงการช่วยเหลือจากทางภาครัฐอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ชาวบ้านหลายรายถึงขั้นต้องนำเสื่อยกขึ้นมาช่วยบังแสงแดดบริเวณหน้าหน้าจอและกล้องของตู้ ATM เพื่อลดแสงสะท้อนที่อาจเป็นอุปสรรคในการสแกนใบหน้า ทว่าหลายคนพยายามสแกนซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากกว่า 5–10 รอบ ก็ยังได้รับข้อความ "ดำเนินการไม่สำเร็จ" ส่งผลให้เกิดความท้อแท้และเสียเวลาเป็นอย่างมาก
นายมานะ พรมบุตร อายุ 47 ปี ชาวตำบลกระเบื้อง อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ เล่าว่า"เดินทางมาตั้งแต่เช้า เข้าแถวรอแดดร้อนก็ยอม แต่พอถึงคิวกลับสแกนหน้าไม่ผ่าน สักที ลองเอาเสื่อยกบังแดดให้ตู้ก็แล้ว ทำตามขั้นตอนทุกอย่างก็ยังไม่ได้ ต้องถอยออกมาให้คนอื่นทำก่อน แล้วไปต่อแถวใหม่หลายรอบมาก อยากให้มีเจ้าหน้าที่มาคอยช่วยเหลือ หรือปรับระบบให้เข้าง่ายกว่านี้ " จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธนาคารเจ้าของตู้ เร่งจัดส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำนวยความสะดวก หรือจัดทำเต็นท์บังแดดบริเวณหน้าตู้ ATM พร้อมทั้งเสนอให้เปิดจุดบริการยืนยันตัวตน ณ ศาลากลางหมู่บ้าน เพื่อลดความแออัดและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยด่วน
นางสีนวล วิสา อายุ 50 ปี ชาวบ้านตำบลร่อนทอง อำเภอสตึก เล่าว่ารัฐบาลน่าจะแจกวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับสูงสูงอายุทุกคน ตนเองมาเห็นสภาพแล้วสงสารซึ่งมีตั้งผู้สูงอายุและผู้พิการมารอยืนยันตัวตนและยื่นอุทธรณ์เนื่องจากไม่ผ่าน
ขณะที่นางรัตน์มณี ศรีสุข อายุ 49 ปี ชาวบ้านตำบลทุ่งวัง อำเภอสตึก ซึ่งขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาคนในครอบครัวอีก 4 ชีวิต เดินทางไป-กลับรวมระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร เพื่อมาติดต่อกับทางธนาคารเนื่องจากในระบบขึ้นว่าไม่ได้ลงทะเบียน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยแจ้งว่าให้เดินทางมาติดต่อในช่วงบ่าย ซึ่งการเดินทางมาแต่ละครั้งมีต้นทุนค่าน้ำมันและภาระที่ต้องหอบหิ้วสมาชิกในบ้านมาด้วย ความหวังเพียงเพื่อต้องการรักษาสิทธิที่ควรจะได้รับ แต่กลับต้องเสียเที่ยว เสียเวลา และเสียความรู้สึกเมื่อมาถึงแล้วไม่สามารถดำเนินการได้สำเร็จ