จ่อชง ครม.ปรับหลักเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

View icon 1.1K
วันที่ 20 ก.ค. 2569 | 16.04 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - รัฐบาลแถลงขอโทษประชาชนในความไม่สะดวก เตรียมเสนอ ครม. ผ่อนปรนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยไม่นำรถยนต์เก่าอายุเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปีมาตัดสิทธิ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น ยอมรับว่า ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่ เพราะครอบครองรถเก่า กระทรวงคมนาคม จึงเตรียมเสนอ ครม. เพื่อขอปรับปรุงหลักเกณฑ์ ประกอบด้วย

ผู้ครอบครองรถยนต์เก่าที่ใช้งานเกิน 20 ปี และรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานเกิน 15 ปี จะไม่นำมาคิดในหลักเกณฑ์

ส่วนการถือครองรถจักรยานยนต์ หากมีรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี 2 คัน และกำลังผ่อนอยู่จะถือว่าไม่ตกเกณฑ์

โดยรถที่ใช้งานหนักจนสิ้นสภาพไปแล้ว แม้อายุยังไม่ถึงปีตามเกณฑ์ ก็ถือว่าไม่ตกเกณฑ์

สำหรับที่จำหน่ายไปแล้ว ด้วยวิธีการโอนลอย และคนที่ไม่ได้ซื้อรถ แต่ถูกนำชื่อไปอ้างสิทธิ์ ก็สามารถไปยื่นอุทธรณ์ได้

ส่วนกรณีเป็นนักเรียน-นักศึกษานอกระบบ รัฐจะไม่ตัดสิทธิ์ เพียงเพราะมีสถานะเป็นนักศึกษา แต่จะพิจารณาความยากจนจากองค์ประกอบอื่น ๆ ขอให้สบายใจได้ และไม่จำเป็นต้องลาออกจากระบบการศึกษา

ด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย จะอำนวยความสะดวก เปิดเป็น One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้ยื่นอุทธรณ์ได้ที่ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

รวมถึงใช้กลไก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงไปสำรวจถึงบ้านประชาชนที่ไม่สามารถมายื่นอุทธรณ์ได้ด้วยตัวเอง และจะเสนอ ครม.ให้ขยายเวลาการอุทธรณ์สิทธิออกไปถึงวันที่ 20 กันยายนนี้ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมข้อมูลหลักฐาน

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้มายื่นขอทบทวนสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้ว 2.9 ล้านคน

โดยร้อยละ 40 ไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากถือครองรถยนต์ หลังจากนี้กระทรวงการคลังจะเร่งรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งเสนอ ครม.ตั้งเป้าให้ประชาชนกลุ่มใหม่ได้รับสิทธิ์ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ส่วนผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ แต่เคยได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ 6 ล้านคน จะได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส เดือนละ 1,000 บาท ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กันยายน โดยจะนำเสนอต่อ ครม. ในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง