แม่คาใจ ลูกป่วยที่โรงเรียนกลายเป็นเจ้าชายนิทรา

View icon 226
วันที่ 21 ก.ค. 2569 | 07.02 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - ครอบครัวคาใจ ลูกชายอายุ 10 ขวบ ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา หลังปวดคอ ปวดท้อง และปวดหัว เข้าห้องพยาบาลโรงเรียน แต่ไม่มีครูดูแล ที่สำคัญครอบครัวยืนยัน น้องไม่มีโรคประจำตัว มีแค่อาการภูมิแพ้ทั่วไป และยิ่งช้ำใจหนัก ไปขอภาพวงจรปิดเพื่อนำไปให้หมอใช้วิเคราะห์อาการป่วย แต่โรงเรียนกลับบอกไม่มี

เรื่องนี้คุณแม่ของเด็กชายอายุ 10 ปี คนหนึ่ง โพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนใจของครอบครัวไว้ว่า เมื่อ 8 กรกฎาคม ช่วง 08.00 น. ระหว่างลูกเข้าแถวที่โรงเรียน ก็แจ้งครูว่ามีอาการปวดคอ ปวดท้อง และปวดหัว ก่อนที่โรงเรียนจะแจ้งแม่ให้ไปรับน้องกลับบ้าน แม่รีบมาทันที ใช้เวลา 20 นาที พอมาถึงห้องพยาบาล แต่ภาพที่เห็นคือ ลูกชายนอนหมดสติ ตัวเขียว ไม่ตอบสนองอีกแล้ว แม่จึงเร่งนำส่งโรงพยาบาลฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ก่อนจะถูกส่งต่อไปที่โรงพยาบาลศิริราช

โดยหมอแจ้งว่า ลูกมีภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน หัวใจหยุดเต้นร่วม 10 นาที ส่งผลให้สมองเสียหายอย่างรุนแรง วันนี้ลูกยังคงนอนอยู่ในห้อง ICU และหมอแจ้งครอบครัวให้เตรียมใจ และแม่ก็ยังโพสต์เชิงตั้งคำถามถึงระบบการดูแลเด็กป่วยของโรงเรียน โดยเฉพาะกล้องวงจรปิดที่จะช่วยไขข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรกับลูก แต่โรงเรียนก็ไม่ให้ความร่วมมือ

จากเรื่องราวนี้ ทีมข่าว 7HD มีโอกาสพบ "น้าสาว" ของน้อง 10 ขวบคนนี้ ยืนยันว่า หลานชายแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว ยกเว้นอาการภูมิแพ้ทั่วไป แต่วันเกิดเรื่อง จู่ ๆ หลานมีอาการป่วยขึ้นมา

และติดใจช่วงแม่ไปพบหลาน ทำไมไม่มีใครดูแลเด็ก ที่สำคัญมีโรงพยาบาลอยู่ใกล้โรงเรียน แต่เพราะเหตุใด ไม่ตัดสินใจนำส่งไปก่อน จนตอนนี้หลานชายอยู่ในภาวะสมองตาย กลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ในห้อง ICU

น้าสาวของน้องอายุ 10 ขวบ ยังบอกด้วยว่า ที่ครอบครัวบอกเล่าเรื่องราว ไม่ได้ต้องการโจมตีใคร แต่ต้องการให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์ โดยเฉพาะมาตรฐานการดูแลเด็ก ความปลอดภัยของนักเรียนภายในโรงเรียน เพราะหลักฐานสำคัญ ที่จะต่อจิ๊กซอว์รักษาอาการหลานชาย อย่างภาพจากกล้องวงจรปิด โรงเรียนก็ไม่มี ซึ่งยังไม่รวมถึงความพร้อมของครูในการเผชิญเหตุการณ์เด็กป่วยฉุกเฉิน ที่ถึงเวลาควรต้องยกระดับแล้วหรือไม่

ก็เป็นคำถามตัวโต ๆ จากครอบครัว ที่ยังต้องการภาพวงจรปิดช่วงเกิดเหตุ เพราะมีผลต่อการค้นหาสาเหตุการป่วย และตั้งแต่เกิดเรื่อง โรงเรียนก็มาเยี่ยมน้อง 1 ครั้ง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า และมอบเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท แต่ค่ารักษาพยาบาลของน้อง ล่าสุดก็พุ่งสูงกว่า 300,000 บาทแล้ว โดยที่ยังมีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน เบิกไม่ได้ตามสิทธิประกันสุขภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง