สนามข่าว 7 สี - เมื่อเช้าวานนี้ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง ชาวต่างชาติตั้งนอมินีกว้านซื้อที่ดิน หลังสร้างความเสียหายไปกว่า 600 ล้านบาท
โดยเมื่อวาน พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นำทีมตำรวจภูธรภาค 5 เปิดปฏิบัติการ "ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 5" ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นำหมายศาลไปค้น 18 จุด 31 คดี ซึ่งเป็นการขยายผลตามนโยบายปราบปรามธุรกิจต่างด้าวผิดกฎหมาย ภายใต้แนวทางเกาะพะงันโมเดล
ซึ่งในคดีที่จังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีนิติบุคคลต่างด้าวใช้คนไทยถือหุ้นแทน ต้องสงสัยเป็นนอมินี ในหมู่บ้านดังกล่าวจำนวน 4 บริษัท โดยมีการว่าจ้างให้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งประกอบด้วย คนรับจ้าง คนขับรถรับจ้าง แม่บ้าน และคนที่อยู่ในเรือนจำ
โดยพฤติการณ์ จะให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ เป็นนอมินี ใช้ชื่อซื้อบ้านตามโครงการบ้านจัดสรรในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นก็ใช้ชื่อจดทะเบียนนิติบุคคลจัดตั้งบริษัท และเป็นผู้ถือหุ้น ก่อนจะใช้บริษัทดังกล่าว ไปกว้านซื้อที่ดินจำนวน 29 แปลง เนื้อที่กว่า 20 ไร่ มูลค่าประมาณ 633 ล้านบาท
ปฏิบัติการดังกล่าว ได้มีการเชิญตัวหญิงชาวจีน ซึ่งเป็นภรรยาของชายชาวจีน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทลายเครือข่ายนอมินีธุรกิจต่างด้าวผิดกฎหมาย จากบ้านพักในพื้นที่ ตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี ไปสอบปากคำที่ตำรวจภูธรภาค 5
โดย รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมเดินหน้าขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อกวาดล้างเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมาย และปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศ
ขณะที่แม่บ้านที่ถูกนำชื่อไปจัดตั้งบริษัท ได้บอกกับตำรวจว่า ตนเองไม่มีส่วนรู้เห็น ตอนนั้นตนเองไปสมัครงานกับชายชาวจีน ซึ่งมีการขอเอกสารทั้งสำเนาบัตรประชาชน และมีการเซ็นเอกสาร โดยชายชาวจีนอ้างว่า เกี่ยวกับประกันสังคม ตนเองจึงเซ็นไป ด้านตำรวจได้มีการกันตัวแม่บ้านคนนี้ไว้เป็นพยานแล้ว
โดยหลังจากนี้จะมีการกวาดล้างต่อเนื่อง เพราะตำรวจมีข้อมูลเยอะมาก และตำรวจฝากถึงนักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจถูกต้อง สามารถลงทุนได้ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขออนุญาตไว้อย่างชัดเจน