นทท.โดนล้วงกระเป๋า ไม่เอาผิด แถมให้เงินโจรอีก 40 บาท

นทท.โดนล้วงกระเป๋า ไม่เอาผิด แถมให้เงินโจรอีก 40 บาท

View icon 271
วันที่ 21 ก.ค. 2569 | 09.42 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
นักท่องเที่ยวโดนล้วงกระเป๋ากลางตลาด แต่ไม่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ แถมให้เงินไปอีก 40 บาท  เพราะลักษณะคล้ายคนสติไม่สมประกอบ

(20 ก.ค. 69) กล้องวงจรปิดของร้านไส้กรอกแม่ต่าง บ้านไผ่ ภายในตลาดไนท์บาซ่า อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น บันทึกภาพเหตุการณ์หญิงรูปร่างเล็ก ซึ่งเบื้องต้นทราบชื่อว่า “สอน” มีพฤติกรรมแอบล้วงเงินจากกระเป๋ากางเกงของชาวต่างชาติ ขณะเลือกซื้อสินค้าภายในตลาด พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสังเกตเห็นพฤติกรรมและรีบร้องเตือน ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวและติดตามหญิงรายดังกล่าวจนสามารถทวงเงินคืนได้ในที่สุด แต่ผู้เสียหายตัดสินใจไม่ดำเนินคดี เนื่องจากเห็นว่าหญิงคนดังกล่าวมีลักษณะคล้ายผู้มีอาการสติไม่สมประกอบ พร้อมกับยื่นเงินให้ไป 40 บาทด้วย และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างฝากเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอยภายในตลาดไนท์บาซ่าบ้านไผ่ ให้เพิ่มความระมัดระวังทรัพย์สินของตนเอง โดยเฉพาะเงินสดและสิ่งของมีค่า

นางณัฐปาลิน อายุ 48 ปี เจ้าของร้านไส้กรอกแม่ต่างบ้านไผ่ จุดที่กล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตลาดแห่งนี้มีชาวต่างชาติเดินทางมาซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มีคู่สมรสหรือคนไทยพามาเที่ยว ซึ่งชาวต่างชาติที่ปรากฏในคลิปได้พูดคุยทักทายกับพ่อค้าแม่ค้าตามปกติ พร้อมบอกว่ามาจากจังหวัดภูเก็ตและเพิ่งเดินทางมาบ้านไผ่เป็นครั้งแรก หลังจากพูดคุยกันจบไม่นาน ภรรยาของชาวต่างชาติรายดังกล่าวก็ถูกหญิงที่ก่อเหตุล้วงกระเป๋ากางเกงทันที โดยหญิงคนดังกล่าวเป็นคนในพื้นที่ ซึ่งโดยปกติมีพฤติกรรมเดินขอเงินและขออาหารจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเป็นประจำ โดยส่วนตัวไม่เคยพบเห็นหญิงคนดังกล่าวก่อเหตุล้วงกระเป๋ามาก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เห็นกับตา ประกอบกับร้านติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ จึงสามารถบันทึกพฤติกรรมไว้ได้อย่างชัดเจน จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่ เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยัน และเวลาหญิงรายนี้เข้ามาขอเงิน มักจะเดินเข้ามาประชิดตัวก่อนพูดขอเงิน จึงอยากให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง

เจ้าของร้านยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้หญิงคนดังกล่าวเคยประสบปัญหาครอบครัว และได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเข้ามาช่วยเหลือและจัดหางานให้ทำ แต่ภายหลังกลับยังมีพฤติกรรมเดินขอเงินในตลาดเช่นเดิม ตนเองเคยตักเตือนหญิงคนดังกล่าวว่า เจ้าหน้าที่อุตส่าห์ช่วยหางานให้ทำ แต่กลับไม่ยอมทำงาน ก่อนจะกลับมาเดินขอเงินเป็นประจำ โดยมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการไม่ยอมทำงานของตัวผู้ได้รับการช่วยเหลือเอง เมื่อหนีออกจากงานก็หันมาลักเล็กขโมยน้อย ขอเงิน และขออาหารตามที่ปรากฏเป็นข่าว

ขณะที่นางสาวทัดสะณี อายุ 42 ปี แม่ค้าในตลาด ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร เล่าว่า เห็นหญิงที่ถูกกล่าวหาวิ่งมาทางหน้าร้าน โดยมีชายชาวต่างชาติผู้เสียหายวิ่งตามมาติด ๆ ก่อนจับแขนหญิงคนดังกล่าวเอาไว้ ขณะเดียวกันภรรยาของชาวต่างชาติก็เดินตามมาถึง ตนเองจึงพูดกับหญิงคนดังกล่าวว่า หากต้องการเงิน เหตุใดจึงไม่ขอดี ๆ แต่กลับใช้วิธีเช่นนี้ โดยพบว่าหญิงคนดังกล่าวหยิบเงินจากผู้เสียหายไปจำนวน 100 บาท หลังจากผู้เสียหายขอเงินคืน หญิงรายดังกล่าวก็ยอมคืนเงินให้ ต่อมาภรรยาของชาวต่างชาติได้ยื่นเงินให้หญิงคนดังกล่าวอีก 40 บาท ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะแยกย้ายกันไป โดยชาวต่างชาติไม่ได้ติดใจดำเนินคดี

ตลาดไนท์บาซ่าบ้านไผ่มีชาวต่างชาติเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยทุกวัน ขณะที่หญิงรายดังกล่าวมีพฤติกรรมเดินขอเงินจากผู้คนในตลาดเป็นประจำ สร้างความเดือดร้อนและความรำคาญให้กับพ่อค้าแม่ค้า บางรายยอมให้เงินครั้งละ 5-10 บาท และมีการกล่าวอ้างว่าเงินที่ได้ไปถูกนำไปซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนตัวก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาขอทานและพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยภายในตลาดอย่างจริงจัง เนื่องจากบางครั้งมีการขโมยทรัพย์สินของพ่อค้าแม่ค้า และล่าสุดเกิดเหตุล้วงทรัพย์ลูกค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอำเภอบ้านไผ่ เพราะมีชาวต่างชาติเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวของคู่สมรสและท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นจำนวนมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง