ห้องข่าวภาคเที่ยง - กองทัพเผยสู้รบกับกัมพูชา 2 ครั้ง ไทยยึดแผ่นดินไทยมาได้กว่า 18,000 ไร่ โดยในวันนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เตรียมลงพื้นที่ตรวจรั้วชายแดนแห่งแรกที่จังหวัดจันทบุรี
ในวันนี้ช่วงบ่าย พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีกำหนดเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และตรวจการปฎิบัติงานการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชารั้วแรก บริเวณหลักเขตแดนที่ 52-54 ที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ในเฟสแรก ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา ตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC
นอกจากนี้ยังมีแผนก่อสร้างในเฟสที่ 2 ซึ่งจะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54-59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร
ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ ปัจจุบันได้นำแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นบานพับสามารถเปิด-ปิด นำมาติดตั้งครอบหลักเขตแดนที่ 52 เพื่อให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC สามารถเปิด-ปิด เพื่อมาร่วมตรวจหลักเขตแดนได้
สำหรับการยึดคืนพื้นที่จากการสู้รบกับกัมพูชาทั้ง 2 รอบ กองทัพบกสามารถยึดคืนพื้นที่ ที่เป็นแผ่นดินไทย ได้รวมประมาณ 18,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 กว่า 12,000 ไร่ และกองทัพภาค1 อีกกว่า 6,000 ไร่ โดยกองทัพได้จัดวางกำลังทหารสับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังตามแนวชายแดนตลอด
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพถ่ายดาวเทียมฐานทหารกัมพูชา ในพื้นที่เขาประสิทธิโสที่มีหน่วยทหารกัมพูชา อาวุธ ค.82 และ ปรส. (ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง) ปัจจุบันมีการสร้างถนนและขยายฐานใหญ่ขึ้นมาก ส่วนอาวุธยิงสนับสนุนนั้น ภาพถ่ายดาวเทียมมองไม่เห็น เพราะซ่อนอำพรางไว้
ส่วนที่ภูผี ฐานทหารกัมพูชาตั้งแนวป้องกันปราสาทโดนตรวล มีปืนขนาด 57 มม. และปืนขนาด 100 มม. กระจายตัวอยู่ ที่สำคัญ คือ มีรถถัง T55
ขณะที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ไทยไม่ได้ปิดประตูการเจรจา แต่เป็นกัมพูชาที่ปิดประตูการพูดคุยเอง แล้วไปสู่การประนอมภาคบังคับ
ซึ่งไทยไม่ได้มีปัญหา แต่ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใด กัมพูชา ไม่ยอมคุยกับไทยก่อน เจตนาฝ่ายไทย คือต้องการให้มีการเจรจา ภายใต้กติกาที่ทั้งสองฝ่ายเคารพร่วมกัน แต่กัมพูชาไม่ตอบสนอง ต้องการไปสู้ในกระบวนการประนอมภาคบังคับ ทั้งที่ยังมีประนอมแบบสมัครใจ จึงถือว่า ฝ่ายกัมพูชาตัดสินใจ ปิดประตูการเจรจาเรื่องเขตแดนทางบก
นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ท่าทีฝ่ายไทย ต้องการให้มีการพูดคุยทวิภาคี ทั้ง เขตแดนทางบก และทางทะเล โดยขณะนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ประธานและกรรมการ เจบีซี ชุดใหม่แล้ว
ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคภายในของไทย แต่ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะเริ่มการเจรจากับกัมพูชา ประเด็นนี้เป็นคนละส่วนกัน