ชาวบ้าน จ.ชัยนาท หาเก็บของเก่า เก็บขวดตามถังขยะขาย โดนตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ท้อไม่ขอทบทวนสิทธิแม้จนจริง ระบบบอกมีรถ จยย. 3 คัน โดย 1 คันเคยขายไปนานเป็น 20 ปี แต่ไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์
วันนี้ (22 ก.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 4 ต.เขาท่าพระ อ.เมืองชัยนาท จ.ชัยนาท ได้มี น.ส.สมจิตร อายุ 48 ปี ซึ่งเป็นผู้ถูกตัดสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดเผยด้วยความรู้สึกเสียใจว่า บ้านของตนอาศัยอยู่รวมกันกว่า 13 ชีวิต แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 7 คน และเด็กอีก 6 คน อายุระหว่าง 3 ขวบ ถึง 17 ปี หลายคนในครอบครัวกำลังว่างงาน ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ
น.ส.สมจิตร บอกว่า เดิมประกอบอาชีพเก็บของเก่าขายที่บ่อขยะเขาพลอง แต่หลังจากบ่อขยะปิดถาวรมาหลายเดือน ต้องเปลี่ยนไปรับจ้างก่อสร้าง เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีรายได้ จึงต้องออกเก็บของเก่าตามถังขยะในหมู่บ้าน นำมาสะสมไว้ประมาณ 6-7 วัน ก่อนนำไปขาย ได้เงินเพียงครั้งละ 300-400 บาท จากเดิมที่เคยขายได้ 500-600 บาท อีกทั้งราคาของเก่าในปัจจุบันก็ลดลง ทำให้บางครั้งต้องหยิบยืมเงินเพื่อนบ้านมาใช้จ่าย แล้วรีบหาเงินมาคืน เพราะไม่ต้องการเป็นหนี้ โดยตนได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐมาตั้งแต่เริ่มโครงการ และเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาท ถือเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว แต่เมื่อตรวจสอบผลคุณสมบัติในครั้งนี้กลับพบว่าถูกตัดสิทธิ เนื่องจากระบบระบุว่ามีรถจักรยานยนต์ครอบครอง 3 คัน ซึ่งเกินเกณฑ์ที่กำหนด
น.ส.สมจิตร บอกอีกว่า รถจักรยานยนต์หนึ่งในนั้นได้ขายไปแล้วกว่า 20 ปี แต่ผู้ซื้อไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ยังมีชื่อเป็นผู้ครอบครองในระบบของสำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท ส่งผลให้จำนวนรถในฐานข้อมูลเกินเงื่อนไขของโครงการ รู้สึกหมดหวัง เสียดาย เสียใจ และเครียดมาก เงิน 300 บาทต่อเดือนมีค่ามากสำหรับครอบครัวเรา เอาไว้ซื้อข้าวสารเลี้ยงลูกหลาน ตอนนี้แฟนเป็นคนหาเงินเป็นหลักก็ยังไม่พอใช้ ลูกหลานก็มีหลายคน หากไม่มีเงินช่วยเหลือตรงนี้ก็ลำบากมาก
น.ส.สมจิตร บอกด้วยว่า แม้ภาครัฐจะเปิดให้ยื่นทบทวนสิทธิ แต่ตนรู้สึกท้อใจ และไม่คิดจะดำเนินการ เพราะทราบดีว่ายังมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 3 คันในระบบ จึงเกรงว่าจะไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาอยู่ดี ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้ช่วยพิจารณาข้อเท็จจริง เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนจริง และรถจักรยานยนต์เป็นเพียงพาหนะที่ใช้ประกอบอาชีพ หากได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐกลับคืนมา ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระ และนำเงินไปซื้ออาหารเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัวได้ในช่วงที่รายได้ไม่แน่นอน และค่าครองชีพยังคงสูงอยู่