“โดนัลด์ ทรัมป์” ขู่กลุ่มฮูตีในเยเมน หากปิดช่องแคบ "บับเอลมันเดบ" ในทะเลแดงจริง จะถูกสหรัฐฯ จัดการเหมือนที่เคยโดนมามาก่อนหน้านี้
จากกรณีที่กลุ่มฮูตีในประเทศเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ประกาศปิดช่องแคบ "บับเอลมันเดบ" ซึ่งเปรียบเสมือนประตูสู่ทะเลแดงทางด้านทิศใต้ ทำให้คาดว่าจะส่งผลให้การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ไปยังตลาดเอเชียต้องหยุดชะงักลง และกระทบปริมาณน้ำมันในตลาดโลกถึง 7 %
วันนี้ (22 ก.ค. 69) ล่าสุด ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ยืนยันว่า หากกลุ่มฮูตี ปิดช่องแคบ "บับเอลมันเดบ" เพื่อปิดเส้นทางออกสู่ทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียจริง กลุ่มฮูตีจะถูกสหรัฐฯ จัดการเหมือนที่สหรัฐฯ เคยทำมาก่อนแล้ว
โดย “โดนัลด์ ทรัมป์” ระบุว่า คงต้องรอดูกันต่อไปว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่เราก็พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เราก็จัดการได้ พวกคุณก็รู้ว่าเราเคยจัดการกับกลุ่มฮูตีมาแล้ว ครั้งก่อนเราใช้มาตรการตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาดต่อกลุ่มฮูตีเป็นเวลาประมาณ 45 วัน หลังจากนั้นกลุ่มฮูตีก็ไม่มีปัญหากับเราอีกเลย รวมถึงในช่วงที่มีความขัดแย้งครั้งนี้ด้วย ดังนั้นผมคิดว่าหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เราคงต้องจัดการให้เรียบร้อย
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังขู่อิหร่านด้วยว่า สหรัฐฯ เตรียมโจมตีฐานโครงการนิวเคลียร์แถบภูเขาพิกแอ็กซ์ (Pickaxe Mountain) ของอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ และแม้ตัวแทนอิหร่านเดินทางไปหารือหยุดยิงกับปากีสถานตัวกลางไกล่เกลี่ย แต่สหรัฐฯ ไม่สนใจที่จะเจรจาด้วย หากอิหร่านไม่เสนอเงื่อนไขที่ดีพอ
ก่อนหน้านี้เมื่อวานนี้ (21 ก.ค. 69) สหรัฐฯ ยังคงปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน และอ้างว่าช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์มากกว่า 30 ลำ แต่ถึงกระนั้นกองทัพสหรัฐฯ ช่วยคุ้มกันเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 900 ลำ ซึ่งช่วยการขนส่งน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกมากถึง 450 ล้านบาร์เรล