ผบ.ทสส. ตรวจงานก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบหน้าแล้ว 79 % แข็งแรงทนทาน ป้องกันกระสุน ป้องกันการบุกรุก รั้วชายแดนนี้ ถือเป็นรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา รั้วแรก ได้ดำเนินงานภายใต้ "กองทุนหทัยทิพย์" มูลนิธิจุฬาภรณ์
วันนี้ (22 ก.ค.69) พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และตรวจการปฎิบัติงานการก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณหลักเขตแดนที่ 52-54 ที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
สำหรับลักษณะของรั้วกำแพง ก่อสร้างด้วยวัสดุคอนกรีตเสริมเหล็ก ความสูง 3.35 เมตร ติดตั้งเสาเข็มคอนกรีตอัดแรงขนาด 18 คูณ 18 เซนติเมตร ยาว 2 เมตร ลึกถึงชั้นดินแข็ง สามารถรับแรงกดดันได้ 18 ตัน ฐานรากหนา 40 เซนติเมตร ระดับความแข็งแรงของคอนกรีต 280 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร คานคอดิน เสาผนังคอนกรีต และแผ่นทับหลังเป็นคอนกรีตอัดแรงที่ใช้วิธีการผลิตในรูปแบบของระบบคอนกรีตสำเร็จรูป ระดับ ความแข็งแรงของคอนกรีต 450 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ตารางเหล็กด้านบนผนัง และลวดหนามหีบเพลงเป็นเหล็กชุบ มีความทนทาน สามารถป้องกันการบุกรุกได้อย่างดี
อีกทั้งรั้วกำแพงดังกล่าว ยังป้องกันกระสุน หลังจากมีการทดสอบยิงรั้วกำแพงด้วยปืน M-16 ยิงในระยะ 100 เมตร, ปืน AK47 และปืนพกสั้น 11 มม. พบว่า ไม่สามารถยิงทะลุได้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกำแพง
ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ ปัจจุบันได้มีการนำแผ่นเหล็กขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นบานพับสามารถเปิด-ปิด ได้นำมาติดตั้งครอบหลักเขตแดนที่ 52 เพื่อให้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) สามารถเปิดปิด เพื่อมาร่วมตรวจหลักเขตแดนได้ ซึ่งจะมีการทำลักษณะนี้ในทุกหลักเขตแดน ซึ่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้มีการเขย่าประตูดังกล่าว ต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อให้เห็นถึงความแข็งแรง โดยพบว่า ประตูดังกล่าวมีการล็อกแม่กุญแจ จำนวน 3 ตัว
สำหรับการดำเนินงานการก่อสร้างรั้วชายแดนนี้ ถือเป็นรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา รั้วแรก ได้ดำเนินงานภายใต้ "กองทุนหทัยทิพย์" มูลนิธิจุฬาภรณ์ รับผิดชอบการก่อสร้างโดยหน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ในเฟสแรก ระยะทาง 1.310 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา สามารถตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC ปัจจุบันมีความคืบหน้าถึง 79 % แล้ว หลังเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่า จะแล้วเสร็จช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้
นอกจากนี้ยังมีแผนก่อสร้างในเฟสที่ 2 ซึ่งจะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7.07 กิโลเมตร รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.380 กิโลเมตร โดยในเฟสที่ 2 นี้จะแบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ระยะ ระยะประมาณละ 3.5 กิโลเมตร คาดว่า ใช้เวลาประมาณ 6 เดือนจะแล้วเสร็จ
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้ตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วชายแดน พบทหารกัมพูชา จำนวน 2 นาย มาสังเกตการณ์อยู่ริมรั้วกำแพงด้วย แต่ไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น