เช้านี้ที่หมอชิต - ชาวบ้านเร่งดำเนินการ ยื่นอุทธรณ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ละคนเจอปัญหาที่หลากหลายถึงกับท้อใจ เมื่อได้เป็นคนรวยในพริบตา
โวยถูกตัดสิทธิ รวยในพริบตา
นางปวีนา ยืนยง ชาวบ้านตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง กำแพงเพชร เผยความรู้สึกผิดหวัง หลังลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ผ่านเกณฑ์ ระบบแจ้งว่า เป็นผู้ถือหุ้น ทำให้เธอกลายเป็นคนรวยในชั่วข้ามคืน
ทั้งที่ความเป็นจริง เป็นผู้มีรายได้น้อย เป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก มีรายได้จากสามีทางเดียว บ้านที่อาศัยอยู่ก็เป็นบ้านของญาติ หลังข้อมูลคลาดเคลื่อน ทำให้เสียสิทธิ เพราะไปธนาคารแจ้งว่าไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบ และปรับปรุงข้อมูลให้ตรงกับความเป็นจริง
ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่สำรวจช่วยเหลือ ยอมรับรู้สึกประหลาดใจลูกบ้าน จนจริงแต่ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยเฉพาะกรณีมีชื่อถือหุ้น ขัดกับสภาพความเป็นอยู่ บางคนเป็นผู้พิการ การไปยื่นทบทวนสิทธิ ถือเป็นการสร้างภาระและความยากลำบาก ตนเองจะดูแลใกล้ชิด ประสานงานใกล้ชิด ให้ทุกคนได้รับประโยชน์ที่ชาวบ้านควรได้
ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตัวแทนอำเภอประโคนชัย ผู้นำชุมชน นำข้าวสารอาหารแห้ง ไปให้กำลังใจ นางสมัย ชะรุมรัมย์ อายุ 67 ปี ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว อาศัยในบ้านเพิงพัก ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา หุงข้าวทำอาหารด้วยเตาฟืน ถูกตัดสิทธิ เพราะลูกชายนำชื่อไปทำประกันชีวิต ต่อมาลูกชายส่งไม่ไหวให้เพื่อนบ้านช่วยส่งต่อ มีเงื่อนไขหากแม่เสียชีวิตให้ช่วยทำศพ ไม่คิดว่าเงื่อนไขนี้จะทำให้ยายสมัยถูกตัดสิทธิ
นางสาวราตรี สวนสมุด อายุ 41 ปี อยู่คนละตำบล หลังทราบข่าวบอกว่า รู้สึกสงสารขอเปิดเครดิตที่ร้านชำ ให้ยายสมัยไปนำข้าวสาร อาหารแห้งมากินประทังชีวิตได้ทุกวัน เธอจะเป็นคนจ่ายเงินให้เอง
อยากช่วยเหลือให้ยายได้มีอาหารกิน บั้นปลายชีวิตไม่ต้องลำบาก ฝากให้รัฐทบทวนเงื่อนไขคัดกรองสิทธิให้สอดคล้องกับความเป็นจริง
ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา นายล้าน อายุ 72 ปี ป่วยเส้นเลือดสมองตีบ ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เนื่องจากเดินเหินไม่สะดวก สะท้อนปัญหาถูกตัดสิทธิ เพราะมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน ทั้งที่รถอายุ 30 ปี ใช้งานไม่ได้ แต่ไม่ได้จำหน่ายออกจะระบบ
เมื่อไม่ได้รับสิทธิรู้สึกเสียใจ เพราะเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ผ่านเกณฑ์เครียด นอนไม่หลับ วิงวอนให้รัฐพิจารณาทบทวน ขอให้ตนเองได้ใช้สิทธิ ก่อนตายอีกสักรอบ
ส่วน ป้าสอาด นาคจัตุรัส อายุ 64 ปี ชาวตำบลหัวทะเล จังหวัดนครราชสีมา ที่หลั่งน้ำตายกมือไหว้วิงวอน ให้ภาครัฐ ช่วยเหลือเธอและสามี หลังถูกตัดสิทธิพร้อมกันทั้ง 2 คน เนื่องจากมีชื่อครอบครองรถจักรยานยนต์เกินกำหนด
เมื่อบ่ายวานนี้ ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมขนส่งจังหวัดลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ ป้าสอาด และสามี ตรวจสอบพบว่า รถที่ป้าสอาดครอบครองเป็นรถเก่า อายุเกิน 15 ปี จึงยื่นอุทธรณ์บันทึกข้อมูลลงระบบให้เรียบร้อย
เช่นเดียวกับ สามีป้าสอาด ครอบครองรถ 3 คัน ทุกคันอายุเกิน 15 ปี ก็ยื่นอุทธรณ์ให้เรียบร้อย เนื่องจากทั้ง 2 คน ไม่สะดวกเดินทางไปติดต่อด้วยตนเอง เมื่อได้รับการช่วยเหลือ ป้าสอาด และสามี ยิ้มออกเรียบร้อย
ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดตั้ง One Stop Service อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ที่ไม่สามารถเดินทางไปสำนักงานด้วยตนเอง พร้อมขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ขอทบทวนสิทธิถึงวันที่ 20 กันยายน ทุกการดำเนินการไม่มีค่าใช้จ่าย
ขณะเดียวกัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา สั่งตำรวจจิตอาสา 51 สถานี ลงพื้นที่ช่วยเหลือ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง
นายกฯ สั่งทำงานเชิงรุก ช่วย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการในที่ประชุม ครม. เมื่อวานนี้ ให้ กระทรวงมหาดไทย อำนวยความสะดวก ช่วยเหลือประชาชนในการยื่นอุทธรณ์ไม่ต้องเดินทางมาดำเนินการเอง ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ไปตรวจสอบว่าใคร ตกหล่นสั่งให้ ให้ทำงานเชิงรุก
จ่อขยายเวลาอุทธรณ์ ทบทวนสิทธิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มุ่งคัดกรอง "คนจนจริง" ให้ได้รับสิทธิตรงเป้าหมาย นำงบประมาณช่วยเหลือ ผู้เดือดร้อนมากที่สุด ยืนยันรัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียนของประชาชน เร่งทบทวนหลักเกณฑ์ คัดกรองผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์ออก พร้อมปรับปรุงกระบวนการอุทธรณ์ให้สะดวกและเป็นธรรมมากขึ้น จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ และเปิดรับฟังข้อเท็จจริงจากประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาทบทวนสิทธิอย่างรอบคอบ