พล.ต.อ. สำราญ ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16

View icon 36
วันที่ 23 ก.ค. 2569 | 07.41 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - การประชุม ก.ตร. ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ทุกคนจับจ้องไปที่โผว่าใครกันจะได้เป็น "ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16" รับไม้ต่อจาก พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการ วันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งผลก็ออกมาเป็นเอกฉันท์ เหมือนที่หลายคนแซวว่า "นอนมา" จริง ๆ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 7/2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนปัจจุบัน พร้อมรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นแคนดิเดตทั้ง 4 นาย ร่วมต้อนรับ

ซึ่งที่เราลุ้น ๆ กันว่า 1 ใน 4 คนนี้ ใครจะได้ขึ้นเป็น ว่าที่ ผบ.ตร.คนที่ 16 ที่ผ่านมาการคัดเลือก ผบ.ตร. จะมีหลักการพิจารณาจากความอาวุโส ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ แต่ในทางปฏิบัติ ก.ตร.จะให้น้ำหนักกับหลักอาวุโส หรือเลือกผู้ที่มีผลงานและศักยภาพในการบริหารองค์กรเป็นหลัก

ทีนี้พอถึงตอนประชุม นายกฯ เข้าประชุมตั้งแต่เวลา 13.40 น. ไปเสร็จสิ้นอีกทีเวลา 15.50 น. กินเวลาคัดเลือกนานกว่า 2 ชั่วโมง

ประชุมเสร็จ นายกฯ ก็เดินทางกลับทันที ไม่อยู่แถลงเรื่องนี้ต่อสื่อ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ พลตำรวจโท ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ บอกว่า ที่ประชุม ก.ตร. มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบแต่งตั้ง พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 16

ยืนยันกระบวนการคัดเลือกเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ทุกประการ ทั้งเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน ป้องกันปราบปราม

ไปดูประวัติกันหน่อย พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา เป็นคนจังหวัดเพชรบุรี เข้าเรียนนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 และนักเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 50 เริ่มรับราชการปี 2540 ตำแหน่งพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เติบโตมาในสายป้องกันปราบปราม และสายตรวจ ก่อนขยับไปอยู่ กองบังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ หรือตำรวจ 191 และขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปี 2564

จากนั้นอีก 1 ปี ขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และปีที่แล้วได้ขึ้นเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผลงานสำคัญในช่วงชีวิตที่ผ่านมา คือ คดีกราดยิงในห้างเทอมินัล 21 จังหวัดนครราชสีมา และที่เห็นผลงานช่วงไม่กี่วันมานี้ เช่น ทลายเครือข่ายทุนจีนสีเทา "พ่อทิพย์", กวาดล้างขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎร์, ปราบปรามนอมินีข้ามชาติ, จับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ

ทีนี้หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่า การเป็น "อาวุโสอันดับ 3" แล้วได้เป็น ผบ.ตร. โดยที่มีอายุราชการเหลือถึง 7 ปี จะมีปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า เรื่องนี้ทั้ง นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการทุกคน เชื่อมั่นว่าข้าราชการตำรวจจะยังคงรักสามัคคี และร่วมมือกันทำงาน จึงไม่กังวลเรื่องการแตกร้าวภายในองค์กร

ผลออกมาแบบนี้ สื่อมวลชนก็มีการวิเคราะห์กันหลาย ๆ แง่มุม อย่างแรกการขึ้นมาเป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 ของ พลตำรวจเอก สำราญ ทำลายสถิติของ "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ แล้วเหลืออายุราชการ 5 ปี เรียบร้อย

ถามว่าการที่มีอายุราชการเหลือถึง 7 ปี มีโอกาสเปลี่ยนตัว ผบ.ตร. กลางทางได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่า "มี" เพราะอดีตเคยมีการโยก "พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" ไปเป็นเลขาฯ สมช. และให้  "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์" ขึ้นเป็น ผบ.ตร. แทนมาแล้ว

แล้วโอกาสส่งไม้ต่อต่อจาก "พลตำรวจเอก สำราญ" ไปให้คนต่อไปคือใคร ที่มองไว้ก็คือ "พล.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช" ที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่ง "ผู้ช่วย ผบ.ตร." มีอายุ 50 ปี ถ้า "พลตำรวจเอก สำราญ" อยู่จนครบเทอม 7 ปี "พล.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช" ก็จะเหลืออีก 3 ปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง