สนามข่าว 7 สี - เหตุการณ์ที่เคลื่อนย้าย "สีดอหูพับ" ช้างป่าภูหลวง ไปดูแล-ปรับพฤติกรรม ระหว่างเดินทางช้างเกิดล้ม ล่าสุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดผลสอบสวนข้อเท็จจริง "สีดอหูพับ" ล้มระหว่างเคลื่อนย้าย
สำนักงานโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งผลการสืบสวนข้อเท็จจริงในกรณีช้างป่า สีดอหูพับ ล้ม
คณะกรรมการสืบสวนแจ้งรายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริง ต่อปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว กระบวนการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่าสีดอหูพับ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้เสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนเรื่องความเสียหาย ที่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้กระทำการประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ช้างป่าสีดอหูพับตาย ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าของช้างป่า คณะกรรมการฯ ได้เสนอให้ดำเนินการทางละเมิดกับผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
สำหรับไทมไลน์ สีดอหูพับ เข้ามาหากินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง บริเวณบ้านโคกสูง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ได้ทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต ในพื้นที่บ้านกุดน้ำใส อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ประชาชนยื่นฟ้องศาลปกครองขอนแก่น ขอให้กรมอุทยานฯ แก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายช้างป่า สีดอหูพับ จากจังหวัดขอนแก่น ไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จังหวัดเลย โดยยิงยาซึม เวลา 19.00 น. จากนั้นนำช้างป่าขึ้นรถเคลื่อนย้าย เวลา 22.00 น. ต่อมาเคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากพื้นที่ เวลา 22.50 น. และช้างป่าล้มขณะเคลื่อนย้าย เวลา 23.36 น.
ส่วนที่มาของการตรวจสอบ มาจากกลุ่มคนรักช้าง และเครือข่ายจิตอาสารักษ์สัตว์รวมตัวชุมนุมที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรียกร้องความรับผิดชอบกรณี สีดอหูพับ จี้ให้อธิบดีกรมอุทยานฯ และทีมสัตวแพทย์ลาออก, ตรวจสอบขั้นตอนการใช้ยาซึม และทบทวนแนวทางการเคลื่อนย้ายช้างป่า
ในโลกออนไลน์ นายสัตวแพทย์เผด็จ ศิริดำรง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน ก็โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า "เรื่องนี้ไม่ควรจบเพียงการลงโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะหากเราลงโทษคน แต่ไม่แก้ระบบ วันหนึ่งก็จะมี "หูพับ 2 หูพับ 3 และหูพับ 4" ตามมาอีก"
สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว คือ การจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานจับ ยิงยาควบคุม และเคลื่อนย้ายช้างป่า ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และใครเป็นสัตวแพทย์ผู้ตัดสินใจสูงสุดด้านยาและความปลอดภัยของช้าง ต้องประเมินน้ำหนัก สุขภาพ พฤติกรรม และความเสี่ยงของช้างก่อนเริ่มปฏิบัติการอย่างไร