ข่าวดี!  กกพ. เคาะตรึงค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาท/หน่วย ถึงสิ้นปี หลังใช้เงินส่วนเกินอุ้ม 1.6 หมื่นล้านบาท

ข่าวดี! กกพ. เคาะตรึงค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาท/หน่วย ถึงสิ้นปี หลังใช้เงินส่วนเกินอุ้ม 1.6 หมื่นล้านบาท

View icon 73
วันที่ 23 ก.ค. 2569 | 11.46 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กกพ. เคาะตรึงค่าไฟเฉลี่ย 3.95 บาท/หน่วย ถึงสิ้นปี หลังใช้เงินส่วนเกินอุ้ม 1.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. ลดเหลือ 16.23 สตางค์/หน่วย

วันนี้ (23 ก.ค. 69) ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 29/2569 (ครั้งที่ 1,019) วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ได้พิจารณาผลการรับฟังความคิดเห็น และเห็นชอบการปรับอัตราค่าไฟฟ้าตามสูตรการปรับอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) สำหรับเรียกเก็บในงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 โดยกำหนดค่าเอฟทีเรียกเก็บที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานที่ 3.78 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ค่าเอฟทีดังกล่าวสะท้อนประมาณการต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซื้อไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 จำนวน 41.27 สตางค์ต่อหน่วย ภายหลังการปรับประมาณการราคาก๊าซธรรมชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงรับภาระต้นทุนคงค้าง (AF) สะสมจำนวน 31,268 ล้านบาท ไว้แทนประชาชน ควบคู่กับการที่ กกพ. พิจารณานำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (Claw back) จำนวน 16,127.17 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25.04 สตางค์ต่อหน่วย มาช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า ทำให้ค่าเอฟทีเรียกเก็บลดลงเหลือ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย

ดร.พูลพัฒน์ กล่าวว่า การกำหนดค่าเอฟทีในครั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การกำกับอัตราค่าบริการตามมาตรา 65 และมาตรา 67 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ควบคู่ไปกับประกาศ กกพ. เรื่อง กรอบหลักเกณฑ์การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้า พ.ศ. 2564 ข้อ 34 ที่กำหนดให้ กกพ. สามารถนำเงินจากการเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (เงิน Claw back) มาลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ตามความเหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะวิกฤติ และสนับสนุนการรักษาเสถียรภาพอัตราค่าไฟฟ้าในรอบกำกับถัดไป

ทั้งนี้ กกพ. จะติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานโลก ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) อัตราแลกเปลี่ยน และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าในงวดต่อไปสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกภาคส่วน ควบคู่กับการดูแลผลกระทบต่อประชาชนและรักษาความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศ โดยสำนักงาน กกพ. จะมีหนังสือแจ้งมติดังกล่าวไปยังการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อดำเนินการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าตามมติ กกพ. สำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้างวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569

ส่วนการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยทุกหลังจะได้รับสิทธิ คิดค่าไฟฟ้า 200 หน่วยแรกในอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย โดยไม่ต้องลงทะเบียนหรือดำเนินการใดเพิ่มเติม ส่วนการใช้ไฟฟ้าตั้งแต่หน่วยที่ 201 เป็นต้นไป จะคิดตามอัตราเดิม ทั้งยังปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าประเภท มิเตอร์ชั่วคราว ให้เทียบเท่ากับอัตราค่าไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนด้วยนั้น  กกพ. อยู่ระหว่างศึกษาและจัดทำรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอ กกพ. พิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง