ห้องข่าวภาคเที่ยง - นายกฯ นำแถลงผลดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าขุดเงินดิจิทัล ยึดเครื่องขุดบิตคอยน์ 1,900 เครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 280 ล้านบาทสั่งเร่งขยายผลยึดทรัพย์ หาตัวผู้อยู่เบื้องหลัง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานแถลงข่าวดีเอสไอ เปิดปฏิบัติการ Silent Volt บุกตรวจค้น 7 จุด ทลายเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดเงินสกุลดิจิทัล โดยระบุว่า รัฐบาลกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อสอบสวนขยายผล
และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด โดยไม่มีการละเว้น และขยายผลไปยังเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำ โดยจะไม่ยอมให้มีการลักลอบ ใช้ทรัพยากรของรัฐ หรือ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและสาธารณูปโภคนอกประเทศ
ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ติดตามดำเนินคดียึดทรัพย์สิน โดยยืนยันว่า จะเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด
ด้าน ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ ระบุว่า การปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้รับเบาะแสตั้งแต่ปี 2565 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จุด ตรวจสอบ พบหม้อแปลงไฟฟ้า ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา
และพบเครื่องขุดบิตคอยน์ 1,900 เครื่อง มูลค่าความเสียหายจากการลักลอบไฟฟ้ากว่า 280 ล้านบาท พบความเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เครือข่ายชาวจีน แก๊งสแกมเมอร์ และพนันออนไลน์ ที่ผ่านมาดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐไทยไปแล้ว 7 คน
ด้าน พันตำรวตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า การจับกุมครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,000 ล้านบาท และยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลรวมแล้วกว่า 10,000 เครื่อง
ขณะที่ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ระบุว่า จากการคำนวณการลักลอบใช้ไฟฟ้าของเครื่องขุดบิตคอยน์ 2,000 เครื่อง คิดเป็นค่าไฟฟ้าจริงเดือนละ 22 ล้านบาท แต่ผู้ก่อเหตุกลับชำระค่าไฟฟ้าเพียงเดือนละ 10,000-20,000 บาทเท่านั้น