ช็อก ! หลุดมาเป็นพวง "พยาธิตืดวัว" ไม่แสดงอาการกระทั่งหลุดปนออกมากับอุจจาระ หรือคลานออกจากรูทวาร

ช็อก ! หลุดมาเป็นพวง "พยาธิตืดวัว" ไม่แสดงอาการกระทั่งหลุดปนออกมากับอุจจาระ หรือคลานออกจากรูทวาร

View icon 124
วันที่ 23 ก.ค. 2569 | 15.49 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (23 ก.ค. 69) เอฟเอ็มซีคลินิกเวชกรรม ซึ่งให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปให้ เด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพ ได้ออกมาโพสต์แชร์ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจาก พยาธิตืดวัว (Taenia Saginata) ซึ่งเป็นพยาธิที่ติดต่อสู่คน ผ่านการกินเนื้อวัวดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ซอยจุ๊ , ลาบเนื้อ , ก้อยเนื้อ , พล่าเนื้อ หรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตกที่ลวกเนื้อไม่สุก

โดยในเนื้อวัวดิบจะมีตัวอ่อนพยาธิลักษณะเป็นถุงน้ำใส ๆ ขนาดเล็กคล้ายเม็ดสบู่ หรือเรียกกันทั่วไปว่า "เม็ดสาคู" ซึ่งเมื่อเรากินเม็ดสาคูเข้าไป ตัวอ่อนจะใช้ส่วนหัวเกาะติดแน่นกับผนังลำไส้เล็กของคน แล้วจะค่อย ๆ สร้างปล้องต่อยาวออกไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นพยาธิตัวแก่ (Adult Worm) ซึ่งเป็นระยะโตเต็มวัยของพยาธิที่สามารถสืบพันธุ์และปล่อยไข่ได้

ซึ่งพยาธิตัวแก่ (Adult Worm) ในลำไส้คนสามารถยาวได้ถึง 5 - 10 เมตร และหากไม่รักษาจะมีอายุขัยอยู่แย่งสารอาหารในตัวเราได้นานถึง 20 - 30 ปี

โดยอาการที่พบได้ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการแสดงใด ๆ ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากไม่รู้ตัวว่ามีพยาธิ จนกระทั่งพบสัญญาณที่ชัดเจนที่ทำให้รู้ตัวก็คือ การมองเห็น ปล้องสุก (Gravid Proglottid) ซึ่งลักษณะเป็นแผ่นแบน ๆ สีขาวขุ่น คล้ายเส้นบะหมี่แบน สลัดหลุดปนออกมากับอุจจาระ หรือคืบคลานออกมาทางรูทวารหนักจนรู้สึกคันก้นยิบ ๆ

บางรายอาจจะมีอาการท้องอืด ปวดแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่ หิวบ่อยกว่าปกติ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนขึ้น อ่อนเพลีย และมีภาวะซีดจากอาการขาดสารอาหาร ระบบขับถ่ายแปรปรวน มีอาหารท้องเสีย ท้องผูก หรือถ่ายเหลวสลับกับท้องผูกเป็นระยะ

เบื้องต้นการตรวจอุจจาระ แพทย์จะนำปล้องพยาธิที่หลุดออกมาไปส่องกล้องจุลทรรศน์ เพื่อหานับแขนงมดลูก ซึ่งเป็นการวินิจฉัยแยกชนิดของ พยาธิตัวตืด ในลำไส้ หรือตรวจหาไข่พยาธิจากอุจจาระ

โดยวิธีการรักษาอาการแพทย์จะให้การรักษาด้วยยาถ่ายพยาธิเฉพาะทาง เช่น พราซิควอนเทล (Praziquantel)หรือ นิโคลซาไมด์ (Niclosamide)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง