รวบหนุ่มแสบอ้างตัวปล่อยกู้ทิพย์ ตุ๋นเหยื่อโอนค่าธรรมเนียม 123,200 บาท ซ้ำรอยปลอมเอกสารราชการตบตา

รวบหนุ่มแสบอ้างตัวปล่อยกู้ทิพย์ ตุ๋นเหยื่อโอนค่าธรรมเนียม 123,200 บาท ซ้ำรอยปลอมเอกสารราชการตบตา

View icon 61
วันที่ 23 ก.ค. 2569 | 19.03 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (23 ก.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ​ร่วมกันจับกุม นายศิวะบุตร อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1525/2568 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกัน ปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอมและโดยทุจริตหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนโดยประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านเช่าหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี

ซึ่งเหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้เสียหายต้องการกู้ยืมเงินจำนวน 3,000,000 บาท เพื่อนำมาหมุนเวียนในธุรกิจ จึงได้ค้นหาแหล่งเงินกู้ผ่านทาง Facebook จนพบกับบัญชีที่มีการโพสต์โฆษณาชักชวนให้กู้ยืมเงิน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อทักไปพูดคุย นายศิวะบุตร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ 1 ได้สวมรอยเป็นนายหน้าชื่อ “เต” รับอาสาดำเนินการเรื่องกู้ยืมเงินให้

​แต่การกู้เงินครั้งนี้กลับกลายเป็นหลุมพราง ผู้ต้องหาได้ออกอุบายเรียกเก็บค่าดำเนินการ สารพัดรูปแบบอย่างแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็น ค่าจัดทำเอกสารและค่าดำเนินการกู้ยืม, ค่าทำรายการเดินบัญชี ย้อนหลัง 12 เดือน, ค่าภาษีบริษัทและค่าแก้ไขเอกสารต่าง ๆ

โดยจุดสำคัญของการหลอกลวงเกิดขึ้นเมื่อผู้ต้องหาอ้างว่า การกู้เงินครั้งนี้หนังสือรับรองบริษัท ของผู้เสียหายไม่ผ่านเกณฑ์ จึงจัดการ “ปลอมหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (DBD)” ขึ้นมาเอง โดยสวมรอยใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลของบริษัทอื่น แล้วแก้ไขใส่ชื่อผู้เสียหายเป็นกรรมการบริษัทแต่เพียงผู้เดียว แล้วส่งกลับมาให้ผู้เสียหายดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

​นอกจากนี้ เมื่อผู้เสียหายเริ่มไม่มีเงินจ่าย นายศิวะบุตร ยังได้ขอเบอร์โทรศัพท์ผู้เสียหายไป แล้วสวมบทบาทเป็นเลขาชื่อใหม่ ทักไลน์มาหลอกซ้ำเพื่อเร่งรัดเอาเงินเพิ่ม

ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการอ้างอิงถึง “ค่าบัค” หรือค่าปิดกั้นการตรวจสอบจากตำรวจ เพื่อรีดไถเงินก้อนสุดท้าย ด้วยความหวังว่าจะได้เงินกู้ ผู้เสียหายยอมโอนเงินเข้าบัญชีของนายศิวะบุตร บัญชีของ น.ส.เนตรนภิศ (มารดา) และบัญชีพ่อค้าอาหารทะเล (ที่ผู้ต้องหาไปสั่งของไว้) รวมโอนเงินไปทั้งสิ้น 12 ครั้ง สูญเงินกว่า 123,200 บาท ซึ่งท้ายที่สุดก็ไม่ได้รับเงินกู้ตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อทวงถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงและหลบหนีไป

​การสืบสวนสอบสวนและการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ทั้งเส้นทางการเงิน การให้ปากคำจากตัวแทนธนาคาร และการตรวจสอบเอกสารราชการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาที่ 1 และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 2

​ต่อมา ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ได้รับแจ้งเบาะแสว่า นายศิวะบุตร ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองจันทบุรี เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ จนสามารถรวบตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด

​จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายศิวะบุตร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้สร้างเรื่องหลอกลวงผู้เสียหายจริง โดยใช้บัญชีของตนเองและมารดาเป็นช่องทางรับโอนเงิน เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวและเริ่มทวงถาม จึงได้โอนเงินคืนไปเพียง 10,000 บาท ก่อนจะหลบหนีไป จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. จับกุมตัวได้ในที่สุด