สนามข่าว 7 สี - เหตุการณ์นี้สุดสะเทือนใจทาสแมว หรือคนรักสัตว์อย่างยิ่ง เมื่อเจ้าของแมวเห็นสัตว์เลี้ยงแสนรัก ถูกรัดคอผูกไว้ที่ประตูบ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดตราด เลยระบายลงสังคมออนไลน์ โดยมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ล่าสุดคู่กรณีเปิดบ้าน และพาไปดูจุดที่เป็นประเด็น ชี้บ่วงดังกล่าวเอาไว้ดักงู เพราะเลี้ยงไก่ชน แต่เลิกใช้ไปหลายเดือนแล้ว ลั่น ไม่มีเจตนาฆ่าแมว !
นี่เป็นนาทีหญิงคนหนึ่ง เดินเข้าไปดูซากแมวลายสลิด ที่ถูกลวดเหล็กรัดคอ แล้วผูกติดกับประตูบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลบ่อพลอย อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด พร้อมโพสต์ในโลกออนไลน์ โดยตั้งคำถามว่า "แมวไปทำอะไรผิด ถึงต้องถูกแขวนคอแบบนี้ คนทำคิดอะไรอยู่ จิตใจทรามเกิน ไม่ใช่คนแล้ว" เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีคนเข้าไปแสงความคิดเห็นจำนวนมาก
ต่อมา ตำรวจ สภ.บ่อไร่ ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ พบนายเอ อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมพาไปดูจุดที่พบซากแมว บริเวณประตูข้างบ้าน ซึ่งมีรอยเล็บแมวตะกุยเป็นจำนวนมาก คล้ายพยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด อีกทั้งยังพบคราบปัสสาวะและคราบเลือดบนพื้น พร้อมเล่าว่า สำหรับคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งรุมประณามและสาปแช่งสารพัด ตนเองขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าแมว หรือแขวนคอแมวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ทุกอย่างล้วนแล้วเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน
ส่วนบ่วงดังกล่าวเอาไว้ใช้ดักงู เนื่องจากที่บ้านเลี้ยงไก่ชน และงูมักจะเลื้อยเข้ามากินบ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว จึงแขวนไว้ที่ประตู และคาดว่ามีคนมาเปิดประตู บ่วงเลยหล่นลงมาตรงช่องว่างที่แมวมักจะลอดเข้ามาพอดี จึงเกิดเหตุการณ์สลดขึ้น
ขณะเดียวกันในวันที่ถ่ายคลิป ตนเองและครอบครัวออกไปทำธุระกันตั้งแต่ช่วงเช้า และกลับมาถึงบ้านช่วงเย็น ไม่มีใครอยู่บ้าน และการที่เจ้าของแมวโพสต์เช่นนี้ ทั้งที่ไม่สอบถามข้อมูลก่อน ทำให้ตนเองและครอบครัวเสียหาย ประกอบกับเจ้าของแมวเองทำงานอยู่ที่จังหวัดชลบุรี นาน ๆ ถึงจะกลับมาที่บ้าน
ขณะที่ นางสาวอาภาพร อภิบาลศรี ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า ทั้งสองฝ่ายอยู่บ้านติดกัน และมักจะไปมาหาสู่กันตลอด เนื่องจากเป็นเครือญาติกัน และไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งใด ๆ และเธอรู้จักกับเจ้าของบ้านอยู่แล้ว ซึ่งเขาเป็นคนมีน้ำใจ รักสัตว์ จึงไม่มีเจตนาจะทำร้าย หรือฆ่าสัตว์อย่างแน่นอน
เบื้องต้น ตำรวจ สภ.บ่อไร่ ได้เก็บบ่วงที่รัดคอแมวไว้เป็นหลักฐาน และเตรียมเชิญทั้งสองฝ่ายมาสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป