สนามข่าว 7 สี - กมธ. เรียกผู้เกี่ยวข้องชี้แจงประเด็น "น้องเมย" ถูกรุ่นพี่ธำรงวินัยจนเสียชีวิต พูดคุยกันนาน 4 ชั่วโมง พบพิรุธหลายประเด็น
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานประชุม คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ, ผู้บัญชาการโรงเรียนเตรียมทหาร, ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์, รองเจ้ากรมพระธรรมนูญ พร้อมพ่อ-แม่น้องเมย และทนายความ เข้ามาพูดคุยชี้แจง กรณีนักเรียนเตรียมทหาร ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ "น้องเมย" ถูกรุ่นพี่ธำรงวินัย เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เมื่อปี 2560
ครอบครัวน้องเมย ได้มาร้อง กมธ. เนื่องจากคาใจสาเหตุการเสียชีวิต รวมถึงกรณีรุ่นพี่ที่เป็นจำเลย ศาลทหารพิพากษาจำคุก 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาท ให้รอลงอาญา 2 ปี ซึ่งปัจจุบันรุ่นพี่ยังรับราชการเป็นตำรวจ
รวมถึงประเด็นกรณีแพทย์ ที่ทำอวัยวะหาย แจ้งความไว้ที่ สน.พญาไท แต่ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ
ตำรวจ สภ.บ้านนา ชี้แจงสาเหตุที่สั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า มีผู้กระทำจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ส่วนรุ่นพี่ที่ยังรับราชการ ฝ่ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตอนนั้นผู้กระทำผิดยังไม่ได้เป็นตำรวจ ไม่อยู่ในอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เรื่องคุณสมบัติ หากคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติ พบว่านายตำรวจไม่ได้เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี ไม่ขาดคุณสมบัติในการเป็นข้าราชการ สามารถเป็นตำรวจต่อได้
ส่วนการแจ้งความนายแพทย์ เรื่องอวัยวะหาย ตำรวจ สน.พญาไท ชี้แจงว่าวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ให้ครอบครัวไปรับชิ้นส่วน กล่องแรกมีสมองอยู่ กล่องอีกใบมีชิ้นส่วนตับ ปอด ถุงน้ำดี ม้าม หัวใจ ต่อมไทรอยด์ กระเพาะอาหาร และลำไส้
โดยการชันสูตรของแพทย์ที่รับผิดชอบ เป็นไปตามมาตรฐานประกอบวิชาชีพ ไม่ได้ฝ่าฝืนข้อบังคับของแพทย์ ดังนั้น อัยการศาลทหารมีคำสั่งไม่ฟ้อง
หลังพูดคุย 4 ชั่วโมง นายรังสิมันต์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว การสอบข้อเท็จจริงยังสรุป 100% ไม่ได้ มีจุดทักท้วงหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องอวัยวะหาย อัยการศาลทหารมีคำสั่งไม่ฟ้อง แจ้งกลับไปยัง สน.พญาไท ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568
แต่ปรากฏว่า สน.พญาไท เพิ่งทำหนังสือแจ้งวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ลายเซ็นการรับหนังสือ ไม่ใช่ลายเซ็นของผู้แจ้งความดำเนินคดี เป็นเรื่องประหลาดมากของช่วงเวลา
และที่น่าตกใจที่สุดคือ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการที่ทางตำรวจได้ตั้งขึ้นมาว่า ตำรวจที่ศาลทหารได้พิพากษาให้มีโทษจำคุก เป็นผู้ที่ไม่เสื่อมเสีย การทำร้ายร่างกายผู้อื่น ไม่สามารถตีความเช่นนั้นได้ ตนเองมองว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวขัดกับสามัญสำนึกของวิญญูชน กมธ.จำเป็นที่จะต้องสะสางเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ไม่ใช่ตั้งธงว่าเอาผิดใครบางคน
นายรังสิมันต์ บอกว่า การประชุมของกรรมาธิการจะมีการนัดต่อไป เนื่องจากมีข้อเท็จจริงหลายอย่างที่ต้องรับฟัง น่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าจะขอมติสรุปแนวทางของคณะกรรมาธิการว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป