วันนี้ ( 24 ก.ค.69) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกคำสั่งที่ 131/2569 ลงนามโดย พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2569 เรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ในการปิดล้อม ตรวจค้น และรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในจังหวัดนราธิวาส

ตามที่ได้มีประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรเป็นประมุข ลงวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 ให้ใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559 ต่อมาได้มีพระบรมราชโองการประกาศเลิกใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ และให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ลงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2550 โดยให้ใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ทุกอำเภอ นั้น
โดยปรากฏว่า มีการก่อเหตุความรุนแรงโดยการลอบยิงและไข้วัตถุระเบิด ต่อเจ้าหน้าที่ทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 18.50 น. เหตุเกิดที่ หมู่ที่ 7 บ้านตลาด ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส และ กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ อยู่ภายในพื้นที่ภายในจังหวัดนราธิวาส อันอาจสร้างความอันตรายต่อชีวิตละทรัพย์สินของประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายพลปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุความรุนแรง เพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในชีวิตร่างกาย ทรัพย์สินของประชาชน และความสงบเรียบร้อย ภายในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6, มาตรา 8, มาตรา 9, มาตรา 11 และมาตรา 15 ทวิตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 และคำสั่งกองทัพภาคที่ 4 ที่ 790/2568 หน้าที่ทหารให้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติการดังต่อไปนี้
1.เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ใช้อำนาจตามบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ในการตั้งจุดตรวจค้นในเส้นทางสาธารณะ ตรวจค้นยานพาหนะมีอำนาจในการค้นเคหสถาน ที่เชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบ และมีอำนาจจับกุบกุมและกักตัวผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยในการเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบ
2.ในการใช้อำนาจ ตรวจค้น จับกุม ตามข้อ 1 นั้น ให้ดำเนินการตามแนวทาง คำสั่งกระทรวงกลาโหม (เฉพาะ) ที่ 59/50 ลง 7 มี.ค.50 เรื่อง กฎการใช้กำลังของกองทัพไทย ผนวก 2 กฎการใช้กำลังเฉพาะการปฏิบัติการทางบกในการรักษาความมั่นคงภายใน ประกอบ ผนวก ข กฎการใช้กำลังเอพาะโนการใช้กำลังทางบก โดยสามารถใช้อาวุธเมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรง ที่มีพฤติการณ์จะก่อภยันตรายต่อกำลังพลฝ้ายทหารได้ทันที ภายใต้หลักการความจำเป็นและความได้สัดส่วน
3. ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ที่ปฏิบัติงานรับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ดำเนินการทางยุทธการการรักษาความสงบเรียบร้อยและด้าบความมั่นคงในพื้นที่ โดยการใช้อำนาจใบการตรวจค้น ตามมาตรา 9 การห้ามตามมาตรา 11 การจับกุมและกักตัว ตามมาตรา 15 ทวิ ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 และใช้อำนาจอื่น ๆ ตาม มาตรา 8 ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ตามความเหมาะสมแห่งสถานการณ์ เพื่อการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุความรุนแรง ให้เกิดความสงเรียบร้อย และรักษาความสงบในพื้นที่
4.ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ปฏิบัติตามความต้องการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการยุทธ์ การระงับปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
5.การมีผลบังคับใช้ตามคำสั่งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เป็นอย่างอื่นทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป