ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - เป็นเหตุสลด ของสาวสู้ชีวิต ทำงาน 24 ชั่วโมง หาเงินเลี้ยงดูลูกวัย 5 ขวบ ขี่รถจักรยานกลับบ้านหลังเลิกงานกะกลางคืน แต่ไม่ถึงบ้าน ไปชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ เสียชีวิตกลางถนน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นริมถนนบางพลี ตำหรุ ขาเข้า อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ต้องนำผ้าขาวไปห่อร่างไร้วิญญาณ ของนางสาวลภัทรดา อายุ 25 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ที่นอนเสียชีวิต ในสภาพศพมีแผลฉกรรจ์แขนขาหัก จมกองเลือดอยู่บนถนน ท้ายรถบรรทุกตู้ทึบ 6 ล้อ ข้างศพมีรถจักรยานยนต์ติดอยู่ใต้ท้องรถ
สอบถาม นายวีรศักดิ์ อายุ 24 ปี แฟนผู้เสียชีวิตเล่าว่า ผู้ตาย ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้าน คาดว่า น่าจะเกิดจากอาการหลับใน เนื่องจากทำงานหนัก โดยกลางวันเป็นพนักงานร้านกาแฟ หลังเสร็จงาน ก็ไปเป็นสาวเชียร์เบียร์ต่อ เพื่อหาเงินเลี้ยงลูกวัย 5 ขวบ ไม่คาดคิดว่าจะมาเกิดอุบัติอุบัติเหตุครั้งนี้ เบื้องต้นตำรวจ สภ. บางพลี ตรวจตรวจสอบที่เกิดเหตุมอบร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่โรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ พร้อมเชิญตัวคนขับรถบรรทุกหกล้อไปสอบปากคำที่โรงพักเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนเหตุการณ์นี้เจ้าหน้าที่กู้ภัย และตำรวจ สภ.สตึก ต้องลงไปในน้ำ ที่ลำห้วยตะโคน อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อนำร่างนางสาวคูณ อายุ 59 ปี ขึ้นมา หลังจากเสียชีวิตอยู่ในลำห้วย
สอบถามนายปาน อายุ 80 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนเองทำนา 10 ไร่ กับภรรยาและลูกสาว 3 คน ช่วงประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนไม่ตก จึงต้องสูบน้ำใส่นาข้าว ส่วนสาเหตุคาดว่า ลูกสาวน่าจะลงไปเอาดินโคลน ที่อุดตันบริเวณหัวกะโหลกของท่อสูบน้ำออก ซึ่งลูกสาวมีโรคประจำตัว คือโรคลมชัก มานานหลายปี ต้องกินยารักษาอาการอย่างต่อเนื่อง คาดว่า ช่วงที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อากาศร้อนจัด อาจทำให้โรคลมชักกำเริบขึ้นมาฉับพลัน จึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้จมน้ำเสียชีวิต
เบื้องต้น ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต จึงนำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป