สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - องค์การยูเนสโก มีมติขึ้นทะเบียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ที่นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ หลังยูเนสโก รับรอง "วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร" เมืองนครศรีธรรมราช เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ความสำเร็จครั้งนี้ ทำให้วัดพระมหาธาตุฯ กลายเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั่วประเทศ
โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันจัดทำข้อมูล และผลักดันการเสนอชื่อ จนได้รับการรับรองจากคณะกรรมการมรดกโลก
สำหรับเหตุผลสำคัญที่ยูเนสโกให้การขึ้นทะเบียน เพราะวัดพระมหาธาตุฯ มีคุณค่าโดดเด่นระดับสากล เป็นศูนย์กลางของศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และความเชื่อที่สืบทอดต่อเนื่องยาวนานกว่า 1,500 ปี สะท้อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของผู้คนในภูมิภาคเอเชีย และยังคงรักษาประเพณี วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
หลังจากนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าบริหารจัดการพื้นที่ตามมาตรฐานของยูเนสโก ควบคู่กับการอนุรักษ์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้วัดพระมหาธาตุฯ คงคุณค่าในฐานะ "มรดกโลกที่มีชีวิต"
มาดูบรรยากาศของชาวนครศรีธรรมราชจำนวนมาก ที่มารอลุ้นฟังผลบริเวณลานโพธิ์วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เมื่อวาน ต่างส่งเสียงไชโยเฮลั่นวัด บางคนเข้าสวมกอดกันด้วยความดีใจ หลังทราบผลประกาศ
พระธรรมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้ถือฤกษ์ตีฆ้อง และยังมีรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช มาร่วมตีฆ้องแสดงความยินดีด้วย
นอกจากนี้ ได้มีการรำมโนราห์ รวมถึงมีผู้สมัครใจบวชถวายเป็นพุทธบูชาด้วย เพราะทุกคนร่วมกันผลักดันให้วัดพระมหาธาตุฯ เข้ารับการพิจารณาขึ้นเป็นมรดกโลกด้วยความยากลำบากมาตั้งแต่ปี 2538 จนมาประสบความสำเร็จในปี 2569