เจาะประเด็นข่าว 7HD - เหลือเวลาอีกไม่ถึง 30 วัน จะถึงกำหนดขีดเส้นตาย การตรวจสอบทุจริตบนเกาะพะงัน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อแก้ปัญหาและผลักดันสู่ "พะงันโมเดล" เป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่น ติดตามจากคอลัมน์หมายเลข 7
จัวหวัดสุราษฎร์ธานี มีรายได้จากการท่องเที่ยว กว่า 100,000 ล้านบาท และคาดว่าตัวเลขนี้จะสูงขึ้น หากขจัดปัญหาการทุจริต ไม่ให้เงินรั่วไหลเข้าบัญชีชาวต่างชาติได้ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่างเกาะพะงัน และเกาะสมุย
เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เฝ้าระวัง และตรวจสอบในหลายจุดบนเกาะพะงัน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นเหล่านี้ พบปัญหาสำคัญ คือการลักลอบขุดดิน รุกพื้นที่ป่า และนอมินีต่างชาติ
ปัญหาที่ค้นพบ ถูกตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานตรวจสอบ ว่าอาจมีชาวต่างชาติเข้ามาพัวพัน สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ปีงบประมาณ 2569 มีชาวต่างชาติถูกดำเนินคดีในพื้นที่เกาะพะงัน 510 คน มากที่สุดเป็นสัญชาติเมียนมา 184 คน รองลงมา คือ อิสราเอล 107 คน และรัสเซีย 42 คน โดยเป็นคดีเกี่ยวกับนอมินี มากถึง 98 คดี
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยอมรับว่า พื้นที่อนุรักษ์บนเกาะพะงันถูกบุกรุกจริง ทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และนักลงทุนลดลง พร้อมยืนยันว่า ชาวอิสราเอลอยู่ในพื้นที่มากที่สุดบนเกาะพะงัน จึงมีโอกาสกระทำผิดนอมินีมากที่สุด
ปฏิบัติการครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐาน เเละดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน พร้อมรายงานผลการดำเนินงานต่อจังหวัด เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เเละแก้ไขปัญหาได้ พร้อมนำ "พะงันโมเดล" เป็นแบบอย่างในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศต่อไป
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #พะงันโมเดล