พระอนุวงศ์ ทรงเป็นประธาน และองคมนตรี เป็นประธาน ในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

View icon 26
วันที่ 27 ก.ค. 2569 | 20.03 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
วันนี้ ที่พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เวลา 11.00 น. หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เสด็จไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรม ที่สวดพระอภิธรรมพระศพฯ โดยเป็นพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาส และวัดจักรวรรดิราชาวาส รวม 8 รูป ซึ่งแต่ละพระอาราม จะมีพระพิธีธรรมเพียง 4 รูป แต่ไม่ได้ตัดสิทธิ์ พระสงฆ์รูปอื่น ๆ ที่มีความตั้งใจจะฝึกหัด เพื่อทดแทนพระพิธีธรรมรูปอื่น ๆ ที่ไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้ และเพื่อสืบสานทำนองการสวดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ของแต่ละพระอาราม

อนึ่งเมื่อเวลา 07.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล พระราชทานพระศพฯ ในการถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ที่สวดพระอภิธรรมพระศพฯ ซึ่งเป็นพระพิธีธรรมจากวัดราชสิทธาราม และวัดระฆังโฆสิตาราม รวม 8 รูป มาจากพระอารามหลวง 10 แห่ง ในกรุงเทพมหานคร ที่ผลัดเปลี่ยนมาสวดพระอภิธรรมทุกวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน

เวลา 17.00 น. พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรมพระศพฯ โดยพระพิธีธรรมจากวัดประยุรวงศาวาส และวัดจักรวรรดิราชาวาส รวม 8 รูป หัวใจสำคัญของการฟังพระอภิธรรม คือ การตระหนักถึงหลัก "อนิจจัง" หรือความไม่เที่ยง ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป จึงควรดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท

เวลา 19.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพฯ ซึ่งเป็นพระพิธีธรรม จากวัดอนงคาราม และวัดสระเกศ รวม 8 รูป ทั้งนี้ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระราชทานพระศพฯ จะมีการประโคมย่ำยาม ซึ่งถือเป็นเครื่องประกอบพระเกียรติยศตามธรรมเนียมราชสำนัก โดยเจ้าพนักงานฝ่ายเครื่องสูงและกลองชนะ จะจัดเจ้าพนักงานทำการประโคมยาม ตามพระอิสสริยศถวายพระเกียรติยศ ตลอด 100 วัน

และเมื่อเวลา 10.51 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นายแกสตุติส บุดรีส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐลิทัวเนีย พร้อมด้วย นายดาริอุส ไกดีส เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐลิทัวเนียประจำประเทศไทย และคณะ ไปวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น วางพวงมาลาถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ ประเทศไทย และสาธารณรัฐลิทัวเนีย มีความสัมพันธ์ทางการทูต และมิตรไมตรีที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ด้วยร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การศึกษา วัฒนธรรม ทั้งยังสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกันในเวทีระหว่างประเทศ อันเป็นการส่งเสริม และยกระดับความเจริญก้าวหน้า ของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ ลงนามในสมุดหลวงแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ห้องรัชกาลที่ 10 อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ด้วย

นอกจากนี้ มีคณะบุคคล ประชาชนจากกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ไปถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างต่อเนื่อง ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ อาทิ บริษัท จีริช กรุ๊ป, จังหวัดปทุมธานี, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ ประจำจังหวัดตาก, โรงเรียนวัดใหม่ผดุงเขต จังหวัดนนทบุรี, มูลนิธิพัฒนาเยาวสตรีภาคเหนือ ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และองค์การบริหารส่วนตำบลโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์

และที่หน้าประตูอนงคลีลา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นำรถประกอบอาหาร มาประกอบเมนู "ข้าวเหนียวไก่ทอด" สูตรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อปรุงสุกใหม่ มอบแก่ประชาชน ที่ไปกราบถวายบังคมพระบรมศพฯ และถวายสักการะพระศพฯ เนื่องจากจะมีการพระราชพิธี มูลนิธิฯ จึงงดการประกอบอาหาร 4 วัน และจะกลับมาประกอบอาหารให้ประชาชน ที่มาร่วมแสดงความอาลัยอีกครั้ง ในวันที่ 1-4 สิงหาคม 2569

ข่าวอื่นในหมวด