เช้านี้ที่หมอชิต - เชียงใหม่ มีผู้พิการหลั่งน้ำตาไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้ง ๆ ที่รอบก่อนเคยได้ แต่รอบนี้ตรวจสิทธิ์พบรถจักรยานยนต์ทิพย์เพิ่มมา 2 คัน
นายเอกชัย อายุ 36 ปี ผู้พิการขาตั้งแต่กำเนิด ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงขายลอตเตอรี่ อยู่ใต้สะพานลอยฝั่งตรงข้าม มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย เล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ลงทะเบียนไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะติดเงื่อนไขว่าตนมีรถจักรยานยนต์ถึง 3 คัน รู้สึกงงมาก เพราะไม่รู้ว่ารถจักรยานยนต์อีก 2 คันโผล่มาจากไหน ทั้งที่ไม่เคยซื้อ และรถที่ใช้งานอยู่ตอนนี้มีผู้ซื้อบริจาคให้ ส่วนลอตเตอรี่ที่ขายอยู่ทุกวันนี้ ตนรับของคนอื่นมาขายต่อได้กำไรเล็กน้อย เพราะไม่ได้โควตาคนพิการ
จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีชาวบ้านจากตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ถือว่าเป็นหมู่บ้านที่ทุรกันดาร ต้องเดินจากหมู่บ้านตั้งแต่เช้า เพื่อมาขอแก้ไขข้อมูลหลังทราบว่าเขาเสียสิทธิ์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะมีข้อมูลเรื่องของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ทั้งที่ความจริงเป็นข้อมูลเก่านานมากแล้ว รถก็ไม่อยู่ในภาพใช้งานได้
จากการสำรวจอำเภออื่น ๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่ามีผู้ตกหล่นอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะชาวบ้านพื้นที่ห่างไกล อย่างในพื้นที่อำเภอปางมะผ้า พบว่าบางหมู่บ้านมีผู้ไม่ได้รับสิทธิ์มากกว่าครึ่ง
ล่าสุดทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประชาสัมพันธ์ผ่านผู้นำหมู่บ้าน ให้เป็นผู้รับเรื่องหรือเอกสารของผู้ที่ตกหล่น นำมาเสนอยังที่ว่าการอำเภอ เพื่อหาทางแก้ไข
ส่วนที่จังหวัดชัยนาท ประชาชนยังคงทยอยยื่นขอทบทวนสิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลายคนบ่น ต้องเสียค่ารถไป-กลับแพง อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่ตรวจสอบ อำนวยความสะดวกให้ประชาชน บางคนมีภาระต้องดูแลทั้งผู้ป่วยติดเตียง และลูกที่มีอาการทางจิตเวช
แม่เลี้ยงเดี่ยวชาว อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ วอนรัฐทบทวนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลังถูกตัดสิทธิ์เพราะมีหนี้เกิน 1 แสนบาท ทั้งที่เป็นหนี้จากการกู้เงินรักษาลูกชายซึ่งป่วยม้ามโต ต้องผ่าตัด ตั้งแต่ลูกเรียนอยู่ชั้น ป.5 ก่อนกลายเป็นผู้พิการอัมพฤกษ์ครึ่งตัว
ทุกวันนี้ผู้เป็นแม่ต้องออกไปรับจ้าง ปล่อยลูกอยู่บ้านลำพัง หาเงินเลี้ยงชีพสองแม่ลูก เบื้องต้นได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือไม่ ก็อยากให้รัฐได้พิจารณาทบทวนเงื่อนไขดังกล่าวด้วย ให้ดูสภาพความเป็นจริงว่าลำบากแค่ไหน
จังหวัดกาฬสินธุ์ ตัวแทนชาวบ้าน ในตำบลหนองสอ อำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ได้รับผลกระทบหลังจากมีบริษัทแห่งหนึ่ง นำชื่อชาวบ้านไปเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงและพัฒนากระบือ ทำให้ชาวบ้านถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ชาวบ้าน บอกว่า หลังจากกดลงทะเบียนขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วไม่ผ่าน เนื่องจากระบบแจ้งว่าแม่และยายถือหุ้นบริษัทดังกล่าว เลยพาแม่กับคุณยายไปเช็กข้อมูลที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด พบว่ามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นจริง ตนเองจึงยอมลงทุนจ่ายเงิน 500 บาท เพื่อขอไฟล์รายชื่อผู้ถือหุ้นมาตรวจสอบ ถึงรู้ว่าแม่กับยายถือหุ้นคนละ 140 หุ้น แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นผู้ถือหุ้นได้อย่างไร
ขณะชาวบ้านอีกคน บอกว่า ที่มาร้องทุกข์วันนี้ เพราะสงสัยว่าตนเองไปอยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้นบริษัทแห่งนี้ได้อย่างไร รู้สึกไม่สบายใจทำไมถึงได้มีหุ้น ทั้งที่ไม่เคยเซ็นเอกสาร ไม่เคยเข้าประชุม แต่จำได้ว่าก่อนหน้านี้สมัยที่เคยทำงานในเทศบาลตำบลหนองสอ ผู้บังคับบัญชาเคยให้รวบรวมเอกสารสำคัญของสมาชิกกลุ่มเลี้ยงควายแค่นั้น
เบื้องต้นทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดรับปากว่าจะทำงานเรื่องนี้โดยเร่งด่วน ถึงจะเป็นวันหยุดยาวก็จะไม่หยุด ทำให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจ
นอกจากนี้ยังมีกรรมการคนหนึ่งในบริษัทดังกล่าว เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการจัดตั้งบริษัท เพราะไม่เคยเข้าประชุมสักครั้ง
สำหรับบริษัทนี้จดทะเบียนเป็นบริษัทวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงและพัฒนากระบือ ทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท เมื่อปี 2568 มีกรรมการ จำนวน 14 คน และ ผู้ถือหุ้น 203 รายชื่อ