โป๊ะแตก ! สำแดง "ข้าวเหนียวมะม่วง" เปิดตู้เจอ "ขาไก่แช่แข็ง" 51 ตัน เตรียมส่งจีน มูลค่ากว่า 4.8 ล้านบาท หวั่นกระทบความเชื่อมั่นคู่ค้าสากล เสี่ยงถูกระงับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก

โป๊ะแตก ! สำแดง "ข้าวเหนียวมะม่วง" เปิดตู้เจอ "ขาไก่แช่แข็ง" 51 ตัน เตรียมส่งจีน มูลค่ากว่า 4.8 ล้านบาท หวั่นกระทบความเชื่อมั่นคู่ค้าสากล เสี่ยงถูกระงับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก

View icon 89
วันที่ 28 ก.ค. 2569 | 19.54 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (28 ก.ค. 69) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรขานรับนโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับการรักษากลไกทางการตลาดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรทั้งการนำเข้าและส่งออก

เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริตอย่างเป็นธรรม พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากล และปกป้องสังคมในเวลาเดียวกัน กรมศุลกากรจึงให้ความสำคัญกับทุกมิติของการนำเข้าและส่งออก

โดยได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าทุกประเภทผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูล (e-Matching / Scanning Sharing) เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดเบื้องต้น ควบคู่กับการใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management) คัดเลือกตู้สินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือน่าสงสัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยระบบเอกซเรย์ ซึ่งช่วยตรวจสอบสิ่งของภายในตู้สินค้าโดยไม่ต้องเปิดตู้ เพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

โดยเมื่อวันที่ (27 ก.ค. 69) ที่ผ่านมา ทางกรมศุลกากร โดยสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ตัวแทนท่าเทียบเรือและตัวแทนผู้ส่งออก ตรวจสอบตู้สินค้าส่งออกต้องสงสัย จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีปลายทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง

ซึ่งทางด้านผู้ส่งออกได้สำแดงรายการสินค้าในใบขนสินค้าขาออกทั้ง 2 ฉบับ ว่าเป็น “ข้าวเหนียวมะม่วง” รวมจำนวน 4,250 กล่อง (Carton) ซึ่งเป็นกล่องกระดาษแข็งหรือกล่องกระดาษลูกฟูก ที่ใช้สำหรับใส่สินค้า น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม

ผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ปรากฏสินค้าตามที่สำแดงไว้ แต่ภายในตู้คอนเทนเนอร์กลับเป็น ขาไก่แช่แข็ง น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าของกลางทั้งสิ้น 4,827,265 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

การกระทำดังกล่าวถือเป็น การพยายามส่งออกซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 202 มาตรา 244 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558

อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่าอีกว่า หากสินค้านี้สามารถส่งออกนอกราชอาณาจักรไปได้ จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ เนื่องจากขาไก่ เป็นสินค้าที่ต้องได้รับใบอนุญาตทั้งต้นทางและปลายทาง เพราะมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก (Avian Influenza) หรือเชื้อแบคทีเรียรุนแรง และไทยอาจถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ

โดยกรมศุลกากรให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาเป็นอันดับต้น ๆ พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกสินค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และรักษามาตรฐานการส่งออกของประเทศไทย ตลอดจนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการค้าระหว่างประเทศและมาตรการด้านสุขอนามัยของประเทศคู่ค้า