ห้องข่าวภาคเที่ยง - แม้จนถึงขณะนี้ ตำรวจยังจับกุมตัวชายชาวเมียนมาไม่ได้ หลังถูกออกหมายจับในคดีฆ่า "นายณัฐวีร์ สุคันธารุณ" อายุ 64 ปี หรือ โคชณัฐ อดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย แต่มีเบาะแสสำคัญที่ผู้ก่อเหตุคนนี้ทิ้งร่องรอยไว้ ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ชัดเจน
เร่งล่าตัวหนุ่มชาวเมียนมา ฆ่าอดีตนักเทนนิสทีมชาติไทย
โดยในวันเกิดเหตุ (26 ก.ค.) พบว่า กล้องวงจรปิดใกล้กับบ้านของโคชณัฐ มีบุคคลต้องสงสัยเดินออกจากบ้าน ช่วงเวลา 04.35 น. ซึ่งยังไม่ยืนยันว่า เป็นผู้ก่อเหตุหรือไม่
จากนั้น เวลา 04.37 น. จะเห็นชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ สีเทา ขี่ผ่านบ้านของโคชณัฐ มุ่งหน้าไปยังท้ายซอย
รถจักรยานยนต์คันนี้ ผ่านหน้าร้านขายของชำท้ายซอย เวลา 04.37 น. ซึ่งห่างจากบ้านของโคชณัฐ ประมาณ 100 เมตร เส้นทางนี้จะนำไปสู่ 3 แยก ทะลุได้ 3 ทาง คือ ซอยทุ่งกลมตาลหมัน 21 ซอยหนองไม้แก่น 14 และถนนมอเตอร์เวย์
ตำรวจพยายามแกะรอยทุกเส้นทาง จนสามารถไล่กล้องวงจรปิดไปเจอที่พักของผู้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตเมืองพัทยา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 กิโลเมตร จนได้หลักฐานสำคัญ พบห้องพักของ นายแต๊ด (MR.ZAW THET LWIN) อายุ 29 ปี โดยเวลา 05.05 น. นายแต๊ด กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านข้างห้องพัก ก่อนจะเก็บข้าวของภายในห้อง แล้วหายตัวไป
การติดตามหาตัวชายชาวเมียนมาคนนี้ เพราะตำรวจชุดสืบสวน พบหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ว่า "นายแต๊ด" น่าเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับโคชณัฐ เพราะเป็นอดีตลูกจ้าง ก่อนจะถูกไล่ออก ที่สำคัญยังเป็นผู้รับโอนเงินจากบัญชีของโคชณัฐ 37,500 บาท ในคืนวันที่โคชณัฐเสียชีวิต และยังพบว่า หลังจากได้รับเงินก้อนนี้แล้ว มีการโอนเงินต่อไปอีกบัญชีหนึ่ง 10,000 บาท ซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่า โอนไปให้รถรับจ้าง เพื่อพาหลบหนีไปชายแดนไทย-เมียนมา นั่นจึงทำให้ตำรวจออกหมายจับ "นายแต๊ด" ในฐานความผิด ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
พบเบาะแสมือฆ่า "โคชณัฐ" กบดาน อ.แม่สอด จ.ชลบุรี
พลตำรวจตรี โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สั่งระดมชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี และชุดสืบสวนภาค 2 ลงพื้นที่แกะรอยติดตามตัวผู้ต้องหาคนนี้ เบื้องต้นพบว่า เดินทางเข้ามาอยู่ประเทศไทย เมื่อ 2 ปีก่อน โดยมีการแจ้งที่พักอยู่อาศัย ในพื้นที่ปลวกแดง จังหวัดระยอง และพื้นที่บ่อวิน จังหวัดชลบุรี แต่เมื่อตำรวจไปตรวจสอบก็ไร้วี่แวว จนล่าสุดแนวทางการสืบสวนเชิงลึก พบว่าผู้ต้องหาไปปรากฏตัวอยู่ที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ในระหว่างการติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย