ห้องข่าวภาคเที่ยง - การตรวจสอบปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นใกล้จบ สถ.พบ 5,925 คน แก้ไขคะแนน เตรียมจัดอันดับคะแนนใหม่ และเพิกถอนการบรรจุ ขณะที่ เมื่อวาน นายกฯ เรียกประชุมผู้บริหาร มท. สั่งเร่งเรียกคืนศรัทธาประชาชน
วานนี้ ((29ก.ค.)) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเรียกประชุมผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย โดยนายกฯ ยืนยันว่า จะประคับประคองกระทรวงนี้ให้ผ่านพ้น แม้ปัญหาจะมากมาย
โดยเฉพาะเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ตนต้องใช้วิญญาณนักปลุกระดมเก่า ปลุกวิญญาณคนกระทรวงนี้ ขอให้ทุกคน เรียกความศรัทธาของประชาชนกลับคืนมา อย่าให้หญ้ากาฝากเกิดขึ้น เพราะจะกลืนหญ้าดีหมด โดยจะรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทยใหม่
นายกฯ ยืนยันว่า ตัวระบบ และตัวระเบียบไม่ได้หย่อนยาน แต่คนใช้ระเบียบ และระบบมีความไม่สุจริต ขึ้นอยู่ที่คน เพราะไปห้ามจิตใจคนที่คิดทุจริตไม่ได้ โดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี จะทำหนังสือรายงานมายังตนภายใน 2-3 วัน
ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นมวยล้มต้มคนดู เพราะตอนนี้อยู่ในคุก 3 คนแล้ว เชื่อว่า จะใช้เวลาไม่นาน ทุกสายต้องทำงานด้วยความแม่นยำจริงจัง ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน
ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า ในการสอบท้องถิ่นปี 68 มีผู้สมัครทั้งประเทศกว่า 4 แสนคน มาสอบจริง 279,949 คน ประกาศขึ้นบัญชี 55,193 คน
แต่ภายหลังพบว่า มีความผิดปกติ ไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการ จึงนำไปสู่การยกเลิกบัญชีดังกล่าว และนำบัญชีที่ถูกต้องมาใช้ โดยไม่ใช่การตรวจกระดาษคำตอบใหม่
หลังตรวจสอบมีผู้สอบด้วยสุจริต 49,268 คน มีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน ในจำนวนนี้มีผู้สอบไม่ผ่าน แต่แก้ให้ผ่าน 5,129 คน ซึ่งจะต้องหลุดจากการบรรจุข้าราชการ
และมีคนที่สอบผ่าน แต่แก้คะแนนเพื่ออัปแรงกิง 790 คน ทำให้ลำดับอาจเปลี่ยนแปลง ต้องจัดอันดับใหม่ แต่ผู้ที่สอบมาด้วยความสามารถ 11,030 คน สถานะไม่เปลี่ยนแปลง ยังรับราชการต่อไปได้
โดยบัญชีทั้งหมดที่จะถูกประกาศ ไม่ได้ตรวจใหม่ แต่เป็นบัญชีเดิมที่ยังไม่ได้นำมาใช้ ขณะนี้ ประธาน กสถ.ลงนามแล้ว ยืนยันว่า กลุ่มที่แก้ไขคะแนน ไม่ควรได้บรรจุกว่า 5,000 คน
ยอมรับว่า มีการพูดคุยเรื่องขึ้นแบล็กลิสต์ มศว เนื่องจากเกิดความเสียหายในวงกว้าง และกระทบกับคนหมู่มาก
นายนิรัตน์ บอกว่า สัปดาห์หน้าจะเรียกประชุม กสถ. เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับกลุ่มคนแต่ละกลุ่มว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
ก่อนนำเข้าสู่ ก กลาง เพื่อรับทราบ หลังจากนั้นจะแจ้งไปยังแต่ละจังหวัด แม้ว่าจะใช้เวลามากอาจไม่ทันใจ แต่ถือว่าเดินมาสู่จุดที่ถูกต้องแล้ว และจะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ดีที่สุด