กระทิงป่าตายแล้ว หลังติดกับดักขาขาดจนติดเชื้อ

กระทิงป่าตายแล้ว หลังติดกับดักขาขาดจนติดเชื้อ

View icon 22
วันที่ 30 ก.ค. 2569 | 10.38 น.
ข่าวภูมิภาค
แชร์
กระทิงป่าแก่งกระจานติดกับดักจนข้อเท้าขวาขาด ล่าสุดติดเชื้อในกระแสเลือดตายแล้ว  เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมหลักฐานล่าตัวผู้กระทำผิด

(29 ก.ค.69) นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รายงานกรณีพบกระทิงป่าได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากการติดแร้วดักสัตว์และตายในพื้นที่ โดยผลการผ่าพิสูจน์ซากโดยทีมนายสัตวแพทย์ ชี้สาเหตุการตายเกิดจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง เนื่องจากข้อเท้าขวาถูกกับดักสปริง ล่าสุดอุทยานฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รับแจ้งจากราษฎรเจ้าของแปลงที่ดินทำกินตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในท้องที่บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 6 ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ว่าพบกระทิงได้รับบาดเจ็บเดินอยู่ในแปลงที่ดิน จึงได้มอบหมายให้ชุดกู้ชีพกู้ภัยอุทยานฯ ชุดเฉพาะกิจสายตรวจส่วนกลางที่ 2 และหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ กจ.1 (เขาหินลาด) สนธิกำลังร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 144 เข้าตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. กระทิงตัวดังกล่าวได้ล้มลงและตายในเวลาต่อมา

ต่อมาในวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ทางอุทยานฯ ได้ประสานทีมนายสัตวแพทย์จากส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า พร้อมด้วยฝ่ายปกครองอำเภอแก่งกระจาน และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ร่วมลงพื้นที่ผ่าพิสูจน์ซากกระทิงเพศผู้ อายุประมาณ 5–7 ปี น้ำหนักราว 800–900 กิโลกรัม ผลการชันสูตรไม่พบร่องรอยกระสุนปืนหรือภาวะเลือดตกใน แต่พบร่องรอยบาดแผลข้อตีนขาหน้าข้างขวาขาดออกจากกันอันเกิดจากการถูกรัดด้วยแร้วหรือกับดักสปริง และบาดแผลสัมผัสกับดินเป็นเวลานานจนเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว

นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เปิดเผยว่า "เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความสูญเสียทรัพยากรสัตว์ป่าที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขอขอบคุณราษฎรในพื้นที่ตามมาตรา 64 ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ทันที อย่างไรก็ตาม การลักลอบใช้แร้วหรือกับดักสปริงจับสัตว์ป่าถือเป็นความผิดทางกฎหมายร้ายแรงที่สร้างความทรมานและสูญเสียแก่สัตว์ป่าป่าอนุรักษ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจสอบพร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด"

สำหรับแนวทางการป้องกันในระยะยาว คณะเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบได้ประสานงานกับหน่วยงานปกครองระดับจังหวัดในการออกประกาศห้ามครอบครองและห้ามจำหน่ายกับดักสปริงสำเร็จรูปในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตามนโยบายอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการ เก็บกู้ และทำลายบ่วงแร้วดักสัตว์ป่าทั่วประเทศอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันอันตรายต่อสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART Patrol) เพื่อค้นหาและกวาดล้างเครื่องมือดักสัตว์ป่าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับสัตว์ป่าและคงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศผืนป่าแก่งกระจานต่อไป