คาดรู้ผลภายใน 2 สัปดาห์ สธ.ตั้งคณะทำงานร่วม สปสช. ตรวจสอบคีย์ข้อมูลของหน่วยบริการลง "หมอพร้อม" 3 ประเด็นหลัก หากพบเจตนาบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้ข้อมูลโดยมิชอบ ไม่มีละเว้นหรือปกป้องผู้กระทำผิด
นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่มีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า แอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" แสดงข้อมูลการรับบริการสุขภาพไม่ตรงกับความเป็นจริง และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เชื่อมโยงการบันทึกข้อมูลของหน่วยบริการเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัด (KPI) ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและข้อสังเกตจากประชาชนทุกท่าน ซึ่งถือเป็นเสียงสะท้อนที่มีคุณค่าต่อการพัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพของประเทศให้มีความถูกต้อง แม่นยำ โปร่งใส และน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขตระหนักถึงความห่วงใยของสังคมเกี่ยวกับการบริหารจัดการข้อมูล แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็นด้วยความตรงไปตรงมา โปร่งใส และยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
นพ.เอกชัยกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อเป็นกลไกกลางในการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน โดยมี นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากกองและสำนักที่เกี่ยวข้อง และมีสำนักสุขภาพดิจิทัล ทำหน้าที่เลขานุการคณะทำงาน ในส่วนของ สปสช. มี ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. และนายประเทือง เผ่าดิษฐ ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช. ร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบด้าน โปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกภาคส่วน ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น คณะทำงานจะมุ่งเน้นตรวจสอบใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลสุขภาพไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อให้ข้อมูลครบถ้วนตามรายการของฐานข้อมูลสุขภาพระดับประเทศ (HDC) 2.กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อให้เป็นไปตามตัวชี้วัดการดำเนินงาน (KPI) 3.กรณีหน่วยบริการบันทึกข้อมูลไม่ตรงตามข้อเท็จจริง เพื่อนำไปใช้ประกอบการเบิกจ่ายงบประมาณ และหากพบประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้อง จะขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบได้ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนรายงานข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป
นพ.เอกชัย กล่าวอีกว่า หากผลการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของข้อมูลหรือข้อผิดพลาดของกระบวนการ จะเร่งดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง พร้อมปรับปรุงระบบและกระบวนการทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการเจตนาบันทึกข้อมูลอันเป็นเท็จ การใช้ข้อมูลโดยมิชอบ หรือมีการกระทำที่เข้าข่ายทุจริต จะดำเนินการตามระเบียบ รวมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยไม่มีการละเว้นหรือปกป้องผู้กระทำผิด