ห้องข่าวภาคเที่ยง - เป็นเวลากว่า 1 เดือน ที่คอลัมน์หมายเลข 7 เกาะติดโครงการฝายน้ำล้น 1 ตำบล 1 ฝาย ของ อบจ.พิจิตร ซึ่งมีฝายอย่างน้อย 5 แห่ง พบการก่อสร้าง ไม่ตรงตามมาตรฐาน และ 2 ใน 5 แห่ง เจอฝนตก จนพังเสียหาย ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร สรุปรายงานการตรวจสอบส่งสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 แล้ว ติดตามจากรายงานพิเศษของ คุณณัฐดนัย ใหม่ซ้อน
ย้อนกลับไปปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ฝายน้ำล้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลำคลองบ้านปากคลอง หมู่ที่ 11 ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ต้านแรงน้ำไม่ไหว พังเสียหาย หลังส่งมอบงานเพียง 2 เดือน
จากนั้นไม่กี่วันฝายน้ำล้นอีกแห่งหนึ่งในตำบลวังโมก อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร พังเสียหายเช่นกัน แตกต่างกันที่โครงการนี้ยังไม่ได้ส่งมอบงาน
การพังของฝายน้ำล้นทั้ง 2 แห่ง ทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ และพบว่ามีห้างหุ้นส่วนจำกัด ดลิน ก่อสร้าง เป็นบริษัทผู้รับงาน
เจ้าหน้าที่จึงขยายผลตรวจสอบทุกโครงการของบริษัทผู้รับงานรายนี้ จนพบข้อมูลที่น่าตกใจ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดลิน ก่อสร้าง ซึ่งประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อปี 2563 รับงานก่อสร้างฝายน้ำล้น 6 แห่ง ในอำเภอสามง่าม และ อำเภอวชิรบารมี
โดยปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 5 แห่ง รวมงบประมาณเกือบ 10 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดไม่ได้มาตรฐาน ก่อนหน้านี้ นายก อบจ.พิจิตร สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการที่เกี่ยวข้อง
จ่าเอก สมชาย อิศรานุกูล รองปลัด อบจ. รักษาราชการแทนปลัด อบจ.พิจิตร ระบุว่า ปัจจุบันยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน ตามกรอบระยะเวลา 120 วัน เบื้องต้น คณะกรรมการสอบสวนเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้อง เเละเรียกเอกสารทั้งหมด มาตรวจสอบเเล้ว
ด้าน ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ส่งรายงานการตรวจสอบโครงการฯ ให้แก่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 เพื่อพิจารณาแล้ว
มีผู้ถูกกล่าวหา 3 กลุ่ม ได้แก่ คณะกรรมการตรวจรับงานจ้าง ผู้ควบคุมงาน และบริษัทผู้รับจ้าง
ส่วน นายก อบจ.พิจิตร ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อมโยงได้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้อง และคาดว่าจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหา ภาค 6 ภายในเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนจะนำเสนอไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าจะมีมติให้ตั้งคณะไต่สวน หรือให้เรื่องตกไป
สำหรับกระบวนการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร จะเริ่มจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพนักงานไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐาน สอบพยานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นเสนอต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 6 โดยเรื่องกล่าวหาจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหา ประจำภาค 6 และส่งต่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาว่าเรื่องกล่าวหาดังกล่าวมีพยานหลักฐานเพียงพอจะตั้งไต่สวนหรือไม่ กรณีเห็นว่าสามารถตั้งคณะไต่สวนได้ จะมอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ตั้งคณะไต่สวนเบื้องต้น
โดยจะตรวจสอบว่ามีใครเกี่ยวข้อง หรือผิดข้อกฎหมายใดบ้าง จากนั้นจะเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เเละพนักงานไต่สวนจะประมวลเรื่องทั้งหมด เสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกครั้งหนึ่ง เพื่อชี้มูลความผิด หรือให้เรื่องตกไป
ในห้วงเวลากว่า 2 เดือน ของการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้น ซึ่งเป็นนโยบายตามแผนพัฒนาของ อบจ.พิจิตร มีความคืบหน้าไปมาก ภายใต้การทำหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร และเครือข่ายชมรมสตรอง จิตพอเพียง ต้านทุจริต ทุกอำเภอในจังหวัดพิจิตร ช่วยกันตรวจสอบ และค้นหาข้อเท็จจริงว่าฝายน้ำล้น 30 แห่ง ภายใต้โครงการนี้ มีจุดใดที่สุ่มเสี่ยงไม่ได้มาตรฐาน
แม้บริษัทผู้รับงานจะออกมาแสดงความรับผิดชอบ เดินหน้าก่อสร้างใหม่ให้ได้มาตรฐาน แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถามกลับไป คือ แล้วเพราะเหตุใดจึงไม่ก่อสร้างให้ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้น อะไรอยู่เบื้องหลังโครงการนี้
คงต้องรอให้หน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. เดินหน้าค้นหาความจริง
#คอลัมน์หมายเลข7 #ต้านทุจริตตามติดกลโกง #ฝายน้ำล้น