รวบสาวบัญชีม้า ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตร. ข่มขู่เหยื่อเอี่ยวคดี หลอกโอนเงินเพื่อขอตรวจสอบ แลกกับเคลียร์คดี สูญเงิน 260,000 บาท สุดท้ายหนีติดต่อไม่ได้

รวบสาวบัญชีม้า ร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นตร. ข่มขู่เหยื่อเอี่ยวคดี หลอกโอนเงินเพื่อขอตรวจสอบ แลกกับเคลียร์คดี สูญเงิน 260,000 บาท สุดท้ายหนีติดต่อไม่ได้

View icon 39
วันที่ 1 ส.ค. 2569 | 17.52 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (1 ส.ค. 69) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม น.ส.สุดารัตน์ อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 68/2569 ลงวันที่ 23 มกราคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน (บัญชีม้า)”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณริมถนนหน้าห้องพัก ในพื้นที่ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ (16 ก.ย. 68) ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรศัพท์มาหาผู้เสียหายพร้อมแสดงตัวและพูดข่มขู่ว่า ผู้เสียหายได้กระทำการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย และได้แจ้งว่าผู้เสียหายมีความผิดจริง หากไม่อยากถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จะต้องโอนเงินเข้ามาให้ตรวจสอบเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี

ด้วยความตกใจและกลัวความผิด ผู้เสียหายจึงยอมโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของ น.ส.สุดารัตน์ (ผู้ต้องหา) ซึ่งทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าในขบวนการ โอนไปจำนวน 1 ครั้ง เป็นยอดเงินรวม 260,000 บาท ซึ่งคิดว่าเป็นค่าดำเนินการเคลียร์คดีทั้งหมดเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดี

แต่หลังจากโอนเงินเสร็จสิ้น ผู้เสียหายได้พยายามติดต่อกลับไปหาบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรายดังกล่าว ปรากฏว่าไม่สามารถติดต่อได้ โทรศัพท์ไม่ติด และปิดเครื่องหนีขาดการติดต่อในทันที ผู้เสียหายจึงรู้ตัวว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอกลวงอย่างแน่นอน จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนกระทั่งสืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ห้องพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร จึงได้ลงพื้นที่วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์จนพบตัวผู้ต้องหา และได้เข้าแสดงตัวเข้าทำการจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองสิบสอง จ.ปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง