ห้องข่าวภาคเที่ยง สุดสัปดาห์ - ความเศร้าเสียใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต 3 ศพ ไม่ได้อยู่แค่การมาพบว่าคนในครอบครัว ถูกฆาตกรรม โดยผู้ต้องหา 4 คน ยังมีอีกประเด็นสำคัญที่อยากถามกับตำรวจ ว่าเพราะเหตุใดถึงไม่รีบตามหา ตอนที่มาแจ้งความเรื่องผู้สูญหาย เพราะหากหาเจอ คดีการเสียชีวิตของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก็อาจไม่เกิดขึ้น
เป็นคำถามที่คาใจจากญาติ ที่ไปติดตามดูการฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เมื่อวานนี้ เธอตั้งคำถามสำคัญว่า "ถ้า" การแจ้งความเมื่อช่วงปลายเดือน มิถุนายน แล้วตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ช่วยกันตามหาครอบครัวของเธอ ไม่ว่าจะเจอในสภาพไหนก็ตาม คดีการเสียชีวิตของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ก็อาจไม่เกิดขึ้น ใช่ หรือไม่
ญาติของครอบครัวนี้ ยังเล่าให้ฟังว่า การมาตามหาช่วงวันแรก ๆ พบว่า รถจักรยานยนต์ของหญิง อายุ 18 ปี ลูกสาว หายไป จากนั้น ก็ตามมาด้วย รถจักรยานยนต์ สีแดง ซึ่งญาติยืนยันว่า ช่วงที่มาตามหาทั้ง 3 คน ที่หายตัวไป ได้ย้อนกลับเข้ามาดูที่บ้านอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งถ้าเอาข้อมูลที่ชาวบ้านเล่าให้ฟัง ว่าช่วงที่ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย หายตัวไป นายป๋อง ได้นำรถจักรยานยนต์ไปตระเวนขายในพื้นที่ห้วยใหญ่ แต่ไม่มีใครกล้าซื้อ จึงอาจเป็นไปได้ว่า นายป๋อง หลังก่อเหตุฆาตกรรมทั้ง 3 ศพแล้ว ยังค่อย ๆ ย้อนกลับมาขโมยเอาทรัพย์สินไปเรื่อย ๆ และจากสภาพล่าสุด บ้านก็มีลักษณะถูกรื้อค้นอย่างที่เห็น
ขณะที่ ตำรวจเจ้าของคดี ยืนยันว่า ดำเนินการเรื่องนี้ทันที ตั้งแต่ที่มีการแจ้งความบุคคลสูญหายตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน ตอนที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ พบว่าบ้านของผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพเดิม ทำให้ต้องตั้งข้อสันนิษฐานไม่เป็นไปในทิศทางที่เป็นอันตราย ส่วนการสอบปากคำ นายป๋อง เมื่อวานนี้ เจ้าตัวอ้างว่าเหตุที่ทำไป เพราะแค้นเรื่องหนี้สิน ที่ถูกหยิบยืมไปแล้วไม่คืน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริง
เพื่อคลี่คลายข้อสงสัย "กัน จอมพลัง" พาญาติผู้เสียชีวิต 3 ศพ ไปพบผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริง ว่าการทำคดีนี้ของตำรวจที่ผ่านมา ดำเนินการอย่างไร มีการทำงานแบบ 2 มาตรฐาน ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ซึ่งญาติ ก็ยังคงยืนยันว่าที่ผ่านมา ตำรวจไม่ได้แจ้งความคืบหน้า จึงไม่ทราบได้เลยว่า ได้สืบสวนหาญาติที่สูญหายไปจริง หรือไม่
ทั้งนี้ ญาติผู้เสียชีวิต 3 ศพ อยู่ระหว่างการพูดคุยกับ ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น